|
บทความโดย
: webmaster@thaispeedcar.com |
| ในปีก่อนทางเว็บได้เคยเสนอวิธีการติดตั้งก๊าซรถยนต์
ในคอลัมน์ DIY ในรูปแบบของพลังงานทางเลือก ด้วยก๊าซปิโตเลียมเหลวหรือ
LPG (ส่วนถ้าก๊าซธรรมชาติจะเรียกว่า NGV) รถที่นำมาเป็นต้นแบบตอนนั้น
(หนู) คือ A31 เครื่อง 1JZ-GE หลังจากนั้นก็มีท่านสมาชิก และผู้ที่สนใจที่คิดจะติดตั้งเองจำนวนมาก
Email เข้ามาสอบถามบ้าง โทรศัพท์เข้ามาสอบถามบ้าง กลายเป็นที่สนอกสนใจกันเป็นการใหญ่
ในคราวนี้จึงถือโอกาสแนะนำวิธีติดตั้งเสียใหม่ (เอาแบบให้หายสงสัย อ่านจบแล้วทำใช้เองได้ทันที
ตามสไตล์ www. thaispeedcar.com ผู้เล่นเว็บนี้ต้องทำเองได้ ) ในรูปแบบ
Step-by-Step พร้อมคำอถิบาย ข้อควรระวัง และมาตรฐานการติดตั้งต่างๆ เพื่อผู้ที่สนใจติดตั้งเอง
และช่างที่ติดตั้ง ถือเป็นมาตรฐานในการติดตั้งก๊าซที่ใช้ในรถยนต์ แบบ
LPG ระบบ Fix mixer หรือระบบดูด ตอนที่ 1 โดยได้รับการอนุเคราะห์จากท่านสมาชิกนำรถต้นแบบมาติดตั้งให้ชมกันเป็นตัวอย่าง
ซึ่งมีข้อแม้อยู่ว่าต้องเป็นรถ STD แบบบ้านๆ ใช้งานทุกวัน เน้นความประหยัด
ในจำนวน 2 คันคือ Toyota Colona เครื่อง 4A-FE และ Nissan Sunny B14
เครื่อง GA16DE ผ่านการใช้งานราว 200,000 กิโลเมตรเท่าๆกัน ประกอบไปพร้อมๆกัน
|
|
STEP
1
จัดหาอุปกรณ์การติดตั้ง
ในครั้งนี้ได้เลือกใช้อุปกรณ์ที่มีมาตรฐานกว่าเดิม (ชนิดมาตรฐานสูง ติดตั้งง่าย
และปรับจูนง่ายที่สุด) ประกอบด้วย
1. หม้อต้ม Tomasetto Achille ขนาด 140 Hp (140 แรงม้า) รุ่นนี้ดีมีกรองก๊าซ
และโซลินอยติดตั้งมาให้ในตัว
2. ถังก๊าซขนาด 58 ลิตร (น้ำ)ของ Macnate ความหนา 2.5 cm น้ำหนัก 20
กก. สีเทาดำ เน้นความสวยงาม
3. มัลติวาล์วของ Tomasetto Achille แบบเกจ์วัดในตัว
4. มิกเซอร์แบบดูด ขนาดสำหรับเครื่อง 1600 ซีซี 1 ตัว (Colona) และ 2
ตัว (Sunny B14)
5. สายเติมก๊าซแบบอ่อนไฮโดริก H-D อย่างดี ขนาด 1.5 เมตร (Sunny) และ
2.0 เมตร (Colona)
6. หัวเติมก๊าซแบบทองเหลือง
7. ท่อก๊าซแรงดันสูง แบบทองแดงเบอร์ 18 อย่างหนา มาตรฐานการติดมีปลอกหุ้ม
8. วาล์วปรับกลาง หรือ วาล์วปรับก๊าซแบบมือหมุน
9. ท่อน้ำเลี้ยงหม้อต้มอย่างหนา 2 ชั้น ทนความร้อนสูง ยาว 3 เมตร
10. ท่อส่งก๊าซเข้ามิกเซอร์ มาตรฐานท่อน้ำมันเบนซิล ยาว 1 เมตร
11. ท่อระบายไอ หรือท่อโปโลย่นอย่างดี จำนวน 3 เมตร
12. สวิทย์ก๊าซ แบบออโต้ (งานนี้ทางเว็บได้เลือกของ PG3 ราคาราว 6XX
บาท สำหรับ Sunny และ A.E.B ราคาราว 12XX บาท สำหรับ Colona มาลองเปรียบเทียบกัน) |
|
| รูปยางรอง และเหล็กรองที่ตัดไว้เพื่อใช้รองตัวถังรถ
และ การหาตำแหน่งติดตั้งถัง |
|
รูปการเหล็กฉากรองตัวถัง
และ การสร้างขาเหล็กหนุนให้ถังสูงขึ้นเพื่อหลบยางอะไหล่
STEP 2
ติดตั้งถังก๊าซ
ขั้นตอนแรก เป็นการสร้างขายึดถังก๊าซ นำถังเข้าจุดยึดท้ายรถ หาตำแหน่งเจาะรูยึดถัง
ตามขาถังที่ติดมาให้ครบทั้ง 4 รู ในจุดที่ยึดกับตัวถังที่แข็งแรงที่สุด
การติดตั้ง
1. ต้องใช้แผ่นเหล็กรองด้านล่างของฐานถังก๊าซ หนาอย่างน้อย 2 - 3 มิล
กว้าง X ยาวอย่างน้อย 1 - 2 นิ้ว (การใช้แหวนอีแป๊ หรือน๊อตยึดเพียวๆ
เป็นสิ่งที่ไม่แน่หนา เพราะตัวถังรถมีความเปราะบางมาก จุดรับแรงยึดต่ำ
ถังก๊าซอาจจะโยกคลอนได้ ถ้าได้รับแรงสั่นสะเทือนมากๆ หรือแรงกระแทกจากอุบัติเหตุ
การใช้น็อต และแหวน อาจทำให้ตัวถังฉีกขาดได้ทันที)
2. ยางรองหน้าแปลนยึด ใช้ยางแข็งๆ ขนาดความหนา 2 มิลขึ้นไป รองทั้งบน
และล่าง ยางนี้จะเป็นการช่วยลดความเสียหายของตัวถัง และเสียงดังในกรณีน็อตยึดเกิดคลายตัว
และป้องกันน้ำเข้ารถ
3. น็อตยึด ควรใช้น็อต ขนาด 14 17 มิลิเมตรขึ้นไป ขนาดความแข็งที่ใช้กับรถยนต์
ไม่ควรใช้น็อตก่อสร้าง
4. เมื่อเจาะรูยึดแล้ว ต้องทำการพ่นสีกันสนิม หรือทาสีกันสนิม เพื่อป้องกันการตัวถังรถผุ
5. ถังเมื่อยึดเรียบร้อยแล้ว ต้องไม่มีอาการโยกไปมา ต้องเป็นชิ้นเดียวกับตัวถังรถยนต์มากที่สุด
6. เหล็กฉากยึดถังก๊าซควรใช้เหล็กฉากที่มีความกว้าง 2- 3 นิ้ว หนาๆไม่ต่ำกว่า
3 มิลิเมตร
7. หลังจากติดตั้งถังแล้ว ยางอะไหล่ต้องสามารถยกถอดได้ตามปกติ โดยการสร้างขายึดถังให้สูงขึ้น
มาตรฐานการติดตั้งถัง
เมื่อทำการยึดถังเสร็จแล้ว ถังต้องรับแรง G (แรงกระทำ หรือแรงกด นับจาก
1G คือแรงโน้มถ่วงของโลก) ด้านหน้า หลัง ที่ 20 G, ด้านข้างที่ 8 G,
และด้านบน-ล่าง 4.5G เป็นอย่างน้อย (ช่างที่ขนส่งจะใช้วิธีดันที่ถังแรงๆ
ถ้ามีการโยกคลอนจะถือว่าติดตั้งไม่ผ่าน) |
|
รูปแสดงการประกอบมัลติวาล์ว
และชุดลูกลอยเข้ากับถังก๊าซ
STEP 3
ประกอบชุดมัลติวาล์ว
ส่วนประกอบของมัลติวาล์ว หรือวาล์วเปิด-ปิด ก๊าซควบคุมด้วยไฟฟ้า มีข้อดีกว่าวาล์วธรรมดาตรงที่เมื่อเครื่องยนต์ดับ
Sw Gas จะส่งสัญญาณมาตัดการจ่ายก๊าซที่ถังทันที หรือถ้าเกิดแก๊สรั่วกะทันหันจะมีระบบตัดการจ่ายก๊าซ
พร้อมตัวระบายไอแรงดันเกิน ในกรณีที่อุปกรณ์เติมเกิดความผิดพลาด หรือถังได้รับความร้อนสูงๆ
เช่นจอดรถตากแดดร้อนจัด (แก็สจะเกิดการขยายตัวเมื่อได้รับความร้อน) หรือไฟไหม้
และห้องระบายก๊าซแบบมองเห็นเกจ์วัดระดับไม่ต้องถอดเข้าออกบ่อยๆ
การติดตั้ง
1 .นำโอริงหม้อระบายก๊าซ ใส่ก่อน ตามด้วยหม้อพลาสติกห้องกั้นกลิ่นชั้นล่าง
2. ประกอบชุดมัลติวาล์วเข้ากับถัง สังเกตว่าตัววัดระดับน้ำแก็สหรือลูกลอย
จะต้องอยู่ด้านล่างต่ำสุดเสมอ (ก๊าซเมื่อถูกอัดอยู่ในถังจะเปลี่ยนสถานะเป็นของเหลว
เหมือนกับไฟแช็ค) ขันน็อตยึดรอบที่ละตัว แบบทแยงมุมตรงข้ามกันทีละน้อย
ซ้ำไปซ้ำมาจนน็อตแน่ครบทุกตัว |
|
รูปแสดงตำแหน่งการเจาะ
ยึดติดท่อระบายไอปากฉลามเข้ากับรถ และตำแหน่งปากฉลามใต้ท้องรถเพื่อรับลมระบาย
STEP 4
ประกอบท่อระบายไอ
ท่อระบายไอมีส่วนสำคัญในการระบายไอก๊าซที่รั่วซึม หรือในกรณีฉุกเฉินแรงดันเกิน
ลิ้นระบายไอทำงาน ต้องระบายก๊าซออกไปภายนอกรถ ในชุดประกอบด้วย ห้องระบายไอพลาสติกใส
ท่อโปโล หรือท่อระบายไอแบบย่นอย่างดี และท่อระบายยึดตัวถังแบบปากฉลาม
ปกติก๊าซจะมีการรั่วซึมได้จากหลายๆจุด เช่นโอริงมัลติวาล์ว ฟิตติ้งข้อต่อต่างๆ
ลิ้นระบายไอ เกลียวข้อต่อ แบบซึมทีละน้อย แต่ถ้ามากเกินไป และมีก๊าซรั่วเข้ามาในรถ
จนมีความเข้มข้นได้ที่ อาจจะเกิดการจุดประกายไฟกับอุปกรณ์ไฟฟ้าภายในรถ
จึงต้องมีการระบายก๊าซออกภายนอกตัวถังรถ อุปกรณ์ตัวนี้จึงมีส่วนสำคัญมาก
การติดตั้ง
1. เจาะรูตัวถังเพื่อยึดท่อระบายไอแบบปากฉลาม ด้วยโอซอร์ว หันปากฉลามด้านหนึ่งให้รับลมที่เข้ามาด้านหน้ารถ
และอีกด้านหนึ่งออกด้านหลังรถ เพื่อให้ลมที่วิ่งผ่านใต้ท้องรถมีส่วนในการช่วยระบายไอที่รั่วซึม
ยึดน็อตติด แล้วซีลด้วยกาวซิลิโคนจนมิดชิด
2. ท่อโปโลจากห้องระบายไอ ถึงท่อปากฉลามต้องยึดให้แน่นหนา ด้วยเข็มขัดรัด
ให้แน่น หรือใช้กาวซิลิโคน ทารอบก่อนสวมท่อ
มาตรฐานการยึดท่อระบายไอ คือต้องสามารถป้องกันน้ำได้ มาตรฐานจาก ห้องระบายไอถึงท่อปากฉลามในแนวดิ่งสูง
1 เมตรต้องไม่มีการรั่วหรือหลุด (ปกติช่างที่ขนส่งจะใช้วิธีดึงที่ท่อรัดระบายไอแรงๆ
ถ้าหลุดจะถือว่าตรวจไม่ผ่านทันที |
|
| รูปแสดงตำแหน่งการยึดหม้อต้ม
และท่อน้ำอุ่นหม้อต้มของ Toyota Colona และ Nisan Sunny B14
STEP
5
ติดตั้งหม้อต้ม , กรองก๊าซ
หม้อต้ม หรือหม้อลดแรงดัน มีหน้าที่ลดแรงดันของก๊าซจากถังบรรจุก๊าซ
ซึ่งมีแรงดันอยู่ในราวๆ 20 Bar ให้เหลือ 0 Bar หรือเท่ากับแรงดันบรรยากาศ
ภายในหม้อต้ม จะเป็นลักษณะแบ่งเป็นห้องๆ เรียกว่า State การลดแรงดันทำด้วยเข็มลดแรงดัน
(รูเท่าเข็มหมุดเล็กๆ) การลดแรงดันในแต่ละ Bar จะทำให้ก๊าซต้องการใช้พลังงานในรูปแบบของความร้อน
หรือง่ายๆว่าทุกๆ 1 Bar อุณหภูมิอาจลดลงได้กว่า 1 องศาเซลเซียส เป็นเหตุผลต้องมีการต่อน้ำร้อนเข้าไปที่หม้อต้ม
เพื่อป้องกันไอน้ำ จับตัวเป็นน้ำเข็งเกาะบริเวณรูเข็มลดแรงดัน และต้องมีกรองแก๊สเพื่อป้องกันขี้แก๊ส
หรือพวกสิ่งเจือปนที่ปนมากับแก็สมาอุดตันบริเวณเข็มลดแรงดัน
การจ่ายก๊าซที่เหมาะสมอยู่ที่แผ่นไดอแฟรม ถ้าแผ่นไดอแฟรมเสียหาย การจ่ายแก๊สจะผิดพลาดทันที
หรือระบายก๊าซออกมาภายนอกหม้อต้มเพื่อป้องกันหม้อต้มระเบิด จึงเป็นอีกเหตุผลที่ต้องติดตั้งหม้อตมให้ห่างจากจุดกำเนิดประกายไฟให้มากที่สุด
ส่วนมากแผ่นไดอแฟรมจะมีอายุการใช้งานราว 1- 2 ปี หรือ 40000 80000
กิโลเมตร ดังนั้นเป็นเหตุผลหนึ่งที่ต้องมีการจดบันทึก วัน- เดือน
ปี และเลขไมล์ที่เริ่มติดตั้งเอาไว้ด้วย
การติดตั้ง
1.ติดตั้งหม้อต้มให้อยู่ห่างจากจุดกำเนิดประกายไฟให้มากที่สุด เช่นจานจ่าย
กล่องฟิวส์ แบตเตอร์รี่ สายหัวเทียน หรือจุดอื่นๆ
2.หม้อต้มทุกรุ่นจะกำหนดต่ำแหน่งการติดตั้ง เช่น ต้องตั้งตรง หรือ
เอียง 30 45 องศา ด้านบน และด้านล่าง การติดตั้งไม่ถูกวิธี จะทำให้การจ่ายแก๊สผิดพลาด
หรืออายุการใช้งานสั้นลง
3.ท่อน้ำอุ่นหม้อต้ม ต้องหาตำแหน่งที่เหมาะสมกับเครื่องยนต์แต่ละเครื่อง
เช่นการพ่วงจากท่อฮีตเตอร์ หรือท่อน้ำเลี้ยงคาบู หรือต่อ 3 ทางในจุดที่เหมาะสม
ท่อยางน้ำ และเหล็กรัดอย่างดี
4.ท่อแก๊สเข้า จุดนี้มีแรงดันก๊าซสูง ต้องสวมฟิตติ้ง หรือตาไก่ ให้แม่นยำป้องกันเกลียวไขหวาน
(เกลียวเสีย) อาจต้องเปลี่ยนใหม่ทั้งหม้อต้ม หรือมีการขดท่อไว้หลายๆวง
เพื่อเป็นลดแรงกระชาก ของท่อแรงดัน ในกรณีเกิดอุบัติเหตุ
มาตรฐาน ต้องติดตั้งหม้อต้มให้ห่างจากจุดกำเนิดประกายไฟ และความร้อนไม่ต่ำกว่า
10 เซนติเมตร
|
|
| รูปแสดง การติดตั้งหัวรับก๊าซ
และท่อรับก๊าซเข้ากับตัวถังรถ และมัลติวาล์ว |
|
| รูปแสดงการเดินท่อส่งก๊าซจากถังผ่านตัวถังรถด้านล่าง
และการม้วนท่อเป็นวงก่อนเข้าหม้อต้ม
STEP
6
เดินท่อรับก๊าซ และท่อส่งก๊าซ
หัวรับก๊าซจะเป็นลักษณะวาล์วสปริงกันกลับ (One Way Vale) รับก๊าซจากหัวเติมจากปั้มก๊าซ
สู่ท่อรับก๊าซ นิยมใช้สายอ่อน หรือท่อทองแดง การใช้สายอ่อนจะมีข้อดีเช่นกรณีเกิดอุบัติเหตุ
สายอ่อนจะสามารถให้ตัวได้มากกว่า ร้อยผ่านท่อระบายก๊าซสู่หัวรับก๊าซที่มัลติวาล์ว
การติดตั้ง
1 .การติดตั้งหัวรับก๊าซ จุดที่ดีที่สุดอยุ่บริเวณหูลากรถ ใต้กันชนลักษณะอียงลงพื้นถนนเพียงเล็กน้อย
ราว 30 45 องศา ห่างจากพื้นถนนให้ได้มากที่สุด และต้องไม่ยากในการไขหัวเติมจากปั้มก๊าซ
2. ประกอบท่อรับก๊าซ กับหัวเติม ร้อยผ่านท่อระบายไอ มายังด้านขาเข้าของมัลติวาล์วด้วย
ฟิตติ้ง (ตาไก่) ให้แน่นหนา
3. หัวรับก๊าซ และท่อรับก๊าซ ควรห่างจากท่อไอเสียขั้นต่ำ 10 Cm หรือหาวัสดุมากั้นเพื่อป้องกันความร้อน
มาตรฐานการติดตั้งหัวเติม ต้องมีความแน่นหนายึดติดกับตัวถังโดยรับแรงกระชากได้ไม่ต่ำกว่า
67 กิโลกรัม (ใช้น้ำหนักถ่วง 67 กิโลต้องไม่หลุด) เพื่อป้องกันเมื่อเกิดรถไหล
ระหว่างเติม หัวรับก๊าซอาจจะหลุดกระชากจนสายรับก๊าซขาด เป็นอันตราย
ต่อรถ และปั้มที่เติม
ท่อก๊าซแรงดันสูง
จะเป็นท่อทองแดงต่อจาก ถังก๊าซร้อยผ่านท่อระบายก๊าซ แล้วเดินผ่านตัวถังรถด้านล่าง
ไปยังหม้อต้ม หรือกรองก๊าซ การเดินท่อแรงดันสูงจะต้องอยู่ห่างจากท่อไอเสียไม่ต่ำกว่า
10 เซนติเมตร และต้องมีฉนวนกันการเสียดสีหุ้มตลอดความยาวของท่อ จุดยึดหรือแคมป์ยึดห่างไม่ต่ำกว่า
50 100 เซนติเมตร (ตามกฎหมาย) ระหว่างท่อและแคมป์รัดต้องมีวัสดุรองเพื่อไม่ให้เหล็กสัมผัสกับท่อโดยตรง
ท่อแรงดันต้องไม่มีส่วนหนึ่งส่วนใดยื่น หรือห้อยออกมาเกินส่วนของตัวถังรถยนต์
เพื่อป้องกันการเสียดสี หรือชนกับลูกระนาดถนน หรือวัสดุอื่นๆที่ไม่คาดคิด
การม้วนท่อเป็นวง เป็นการลดแรงกระชากของท่อ และอุปกรณ์ต่างๆ หรือความโค้งตามจุดต่างๆ
ไม่ควรเล็กเกินไป เพราะจะทำให้ท่อทองแดงคอดตัว ก๊าซไหลไม่สะดวก ท่อก๊าซต้องห้ามมีข้อต่อโดยเด็จขาด
ควรเป็นท่อเส้นเดียวกันระหว่างถังก๊าซ จนถึงโซลินอยเปิดแรงดันก๊าซ
|
|
| รูปการติดตั้งมิกเซอร์กับSanny
B14 มิกเซอร์ปากแอร์โฟร์ถูกกว้านให้กว้าง ส่วนมิกเซอร์ลิ้นคอคอดถูกติดตั้งบริเวณท่อดูดอากาศภายในหม้อกรองอากาศ
เป็นการแก้ปัญหาเมื่อกลับมาใช้ระบบน้ำมัน |
|
| รูปแสดงมิกเซอร์ที่ถูกตกแต่งลบเหลียมมุม
ขัดเรียบแล้ว แบบฝังเข้าสู่ท่ออากาศ และการติดตั้งวาล์วปรับก๊าซระหว่างหม้อต้ม
และมิกเซอร์
STEP
7
ติดตั้งมิกเซอร์ และวาล์วปรับก๊าซ
มิกเซอร์มีหน้าที่ผสมก๊าซกับอากาศให้เหมาะสมกับปริมาณอากาศที่เข้าสู่เครื่องยนต์
โดยการทำเป็นลักษณะคอคอด เพื่อให้เกิดแรงดูดของอากาศ ดูดเอาก๊าซผ่านทางท่อส่งก๊าซที่เจาะรูไว้ด้านข้างของมิกเซอร์
หรือบางรุ่นทำเป็นรูเล็กๆรอบๆมิกเซอร์เพื่อให้ก๊าซคุกเคล้ากับอากาศให้ได้มากที่สุด
ส่วนผสมของก๊าซ และอากาศถูกกำหนดโดยขนาดของคอคอด (คอดน้อยจ่ายก๊าซบาง)
และการปรับตั้งวาล์วปรับก๊าซ (ปรับคลายสกรูมากจ่ายก๊าซหนา)
การติดตั้ง
1.ต้องติดตั้งไว้ก่อนทางเข้าลิ้นปีกผีเสื้อ และมิกเซอร์ นี่หละที่เป็นส่วนที่ทำให้เกิดการขวางกันอากาศ
กำลังเครื่องยนต์จึงตกลง ซึ่งเราช่วยได้ด้วยการขัดขยายคอคอดให้กว้างมากขึ้นได้เล็กน้อย
ลดเหลี่ยมมุมต่างๆ และขัดลื่นเพื่อให้อากาศไหลเข้าสะดวกมากขึ้น แต่ถ้ามากเกินไปการปรับก๊าซที่วาล์วจะปรับตั้งได้ยากมากขึ้น
ซึ่งวาล์วปรับก๊าซจะต้องติดตั้งอยู่ระหว่างหัวจ่ายก๊าซจากหม้อต้ม มายังมิกเซอร์เท่านั้น
|
|
การติดตั้งสวิทย์ก๊าซควรมีคู่มือของรถ
และอุปกรณ์การวัดต่างๆ เพื่อป้องกันความเสียหายต่อ ECU สวิทย์ก๊าซต้องอยู่ในตำแหน่งที่เห็นได้ชัดเจน
STEP 8
ต่อสวิทย์ก๊าซ และรีเลย์เปลี่ยนระบบ
ในระบบการเปลี่ยนเชื้อเพลิงแบบ ออโต้ ส่วนที่สำคัญคือสวิทย์ก๊าซ (SW
GAS) เพื่อทำหน้าที่ตัดต่อระบบเชื้อเพลิง ว่าจะเลือกใช้น้ำมัน หรือก๊าซ
เช่นการสตาร์ทเครื่องด้วยน้ำมันก่อน และตั้งเวลาหน่วงสักหลายนาทีแล้วเปลี่ยนมาใช้ก๊าซ
หรือใช้การตั้งรอบเครื่องเช่นพอ 2000 รอบก็เปลี่ยนมาใช้ก๊าซ แต่ที่สำคัญที่สุดของระบบออโต้
คือการตัดการจ่ายก๊าซทันทีที่เครื่องดับ โดยอาศัยสัญญาณวัดรอบของเครื่องยนต์
มาตัดโซลินอยที่ถังก๊าซมัลติวาล์ว และโซลินอยที่หม้อต้ม เวลาที่เครื่องดับ
หรือเกิดบัติเหตุนั่นเอง สวิทย์ก๊าซเกือบทุกรุ่นจะมีไฟบอกปริมาณก๊าซมาให้ในตัวเพื่อเป็นการเตือนระดับการใช้ก๊าซ
การติดตั้ง
1.การเลือกซื้อสวิทย์ก๊าซต้องเลือกให้เหมาะสม กับค่าความต้านทานของเกจ์วัดระดับก๊าซในถัง
จะได้ความเที่ยงตรงที่สุด
2.การตัดระบบการจ่ายน้ำมันตัดได้หลายวิธี เช่นตัดไฟเลี้ยงหัวฉีดที่ไฟบวก
(ส่วนมากระบบหัวฉีดทั้ง 4 หรือ 6หัว ก็อาศัยไฟเลี้ยงเส้นเดียวกัน) ในรถบางรุ่นการตัดไฟเข้าหัวฉีดจากกล่อง
ECU ทั้ง 4 หัว ระบบนี้จะต้องใช้ตัว Emulator มาทำหน้าที่หลอกสัญญาณเข้ากล่องว่ายังคงมีการใช้หัวฉีดอยู่
เพื่อป้องกันไฟ Check Engine โชว์แสดงอาการผิดปกติ สำหรับรถบางรุ่น การตัดระบบเชื้อเพลิงที่ถัง
หรือปั้มติก ระบบนี้ถ้ามีการตัดปั้มติ๊ก ควรจะต้องมาตัดการทำงานของหัวฉีดด้วย
เพื่อป้องกันหัวฉีดไหม้ แต่มีข้อดีตรงที่น้ำมันในถังจะไม่ระเหยตัวเร็ว
3.การตัดวงจรควรมีเซอร์กิต คู่มือระบบไฟฟ้า ของรถแต่ละรุ่น ว่าเส้นไหนเป็นวัดรอบ
เส้นไหนเป็นไฟเลี้ยงหัวฉีด และเส้นไหนเป็นไฟเปิดปั้มติ๊ก วงจรรีเลย์
รวมถึงวงจรการต่อไฟฟ้าของสวิทย์แก๊สให้เข้าใจเสียก่อน
4.ควรมีรีเลย์อย่างดี ต่อเพื่อเป็นการตัดต่อวงจรเพื่อลดอาการสวิทย์ก๊าซไหม้
ในทุกๆจุด ต่อฟิวส์เพื่อป้องกันการช๊อต หรือไฟฟ้าเกิน เพื่อไม่ให้ไปรบกวนการทำงานของระบบเครื่องยนต์
5. สายไฟโซลินอยมัลติวาล์ว และเกจ์วัดระดับก๊าซควรเดินร้อยผ่านเข้ามาในรถ
มายังสวิทย์ ซึ่งปรอดภัยกว่า และโซลินอยหม้อต้มควรมีการร้อยสาย และฉนวนหุ้มป้องกันการซ๊อตอย่างดี
6.สวิทย์ก๊าซเกือบทุกรุ่น จะต้องมีการเซ็คค่าต่างๆ เช่นรอบการเปลี่ยนเชื้อเพลิง
ระยะการหน่วงเวลา การเซ็คค่าให้ตรงกับเกจ์ระดับก๊าซในถัง ซึ่งต้องมีการศึกษาข้อมูลจากคู่มือ
หรือผู้ขายอย่างละเอียดเสียก่อน
ในการทดสอบจริงพบว่าของ A.E.B ซึ่งถือราคาค่อนข้างแพง สามารถ บอกระดับแก๊สในถังได้แม่นยำ
มีฟังก์ชั่นให้เลือกเล่นได้มากกว่า ส่วนของ PG-3 บอกระดับแก๊สคลาดเคลื่อนกว่า
แต่ก็แก้ได้ด้วยการนำ resister 10 โอห์มมาต่อคร่อมไว้จะเที่ยงตรงมากขึ้น
รีเลย์เปิดโซลินอยมีขนาดเล็กต้องมีการต่อรีเลย์เพิ่มด้านนอกจะปลอดภัยกว่า
|
|
| รูปแสดงการปรับจูนก๊าซที่วาล์วปรับก๊าซ
และการปรับรอบเดินเบาที่หม้อต้ม |
STEP
9
ปรับจูนก๊าซ และตรวจเซ็ครอยรั่ว
มาถึง Step 9 ก็ถือว่าการติดตั้งระบบก๊าซรถยนต์ของเราเสร็จสมบูรณ์เรียบร้อยแล้ว
ก็ถึงขั้นตอนการตรวจเช็คส่วนประกอบทุกส่วนที่ได้ติดตั้งเข้าไปใหม่ ตั้งแต่
Step แรก เริ่มที่ความแข็งแรงของการยึดถังก๊าซ หัวรับก๊าซ สายรับก๊าซ
ท่อก๊าซ หัวขันต่างๆ หม้อต้ม ท่อยางน้ำเลี้ยง น้ำหม้อน้ำ เหล็กรัดทุกตัว
มิกเซอร์ จนถึงสวิทย์ก๊าซ
จากนั้นทำการสตาร์ทเครื่องด้วยน้ำมัน เครื่องต้องมีอาการปกติ
ขับรถมาเติมก๊าซยังปั้มก๊าซ (ควรเติมในจำนวนแต่น้อยก่อน) แล้วรีบกลับมาทดสอบระบบ
ด้วยการปรับเปลี่ยนระบบเชื้อเพลิงที่สวิทย์ก๊าซ ถ้าเครื่องดับหรือ
รอบเครื่องต่ำอย่าตกใจ เป็นเพราะเราต้องมาปรับส่วนผสมก๊าซ และอากาศให้เข้าที่เสียก่อน
การปรับส่วนผสมของอากาศ และก๊าซ ในรอบเดินเบาจะปรับที่สกรูปรับแต่งที่หม้อต้ม
และทำการเร่งเครื่องสัก 3000 รอบ แล้วมาปรับที่สกรูปรับก๊าซ หรือวาล์วกลางสาย
สังเกตุต้องพยายามปรับให้รอบเครื่องยนต์สูงที่สุด ถือเป็นจุดที่การเผาไหม้สมบูรณ์
แล้วหันมาปรับสกรูเดินเบาที่หม้อต้มสลับกันไปหลายๆครั้ง จนหาได้จุดที่เครื่องยนต์เดินสมบูรณ์ที่สุด
การตรวจเช็ครอยรั่ว วิธีง่ายๆ คือการหาฟองน้ำ กับฟองสบู่
หรือฟองแชมพูสระผม มาบีบใส่ ถ้ารั่วจะมีฟองก๊าซพุดๆออกมา ตรวจเช็คทุกจุด
ตั้งแต่หัวเติมก๊าซ สายยางท่อต่อหัวเติม ขอต่อสายเติมที่ถังก๊าซ ข้อต่อท่อก๊าซแรงดันสูง
จนข้อต่อท่อก๊าซที่หม้อต้ม และควรตรวจเช็คบ่อยๆ ในช่วงติดตั้งแรกๆ
เพราะอุปกรณ์ทุกอย่างจะเริ่มขยับเคลื่อนที่เมื่อเริ่มมีการใช้งานจริง
|
รูปแส่ดงการติดตั้งเมื่อเสร็จสมบูรณ์
และตรวจสอบเรียบร้อยแล้ว
STEP 10
แจ้งการเปลี่ยนเชื้อเพลิง
การแจ้งเปลี่ยนเชื้อเพลิง จะต้องทำที่กรมขนส่งทางบก หลังจากติดตั้งก๊าซแล้วไม่เกิน
15 วัน หลังจากออกใบรับรองการติดตั้ง และการหลีเลี่ยงตามกำหมายมีข้อกำหนดปรับไม่ต่ำกว่า
50,000 บาทขึ้นไป และไม่สามารถตรวจสภาพ เพื่อต่อทะเบียนได้
หลักฐานที่ต้องเตรียมไปมีดังนี้
1. ใบรับรองการติดตั้งจากวิศวกร (สอบถามจากร้านขายอุปกรณ์ติดตั้ง หรือร้านที่รับตรวจการติดตั้ง)
2. สมุดเล่มทะเบียนรถยนต์
3. สำเนาบัตรประชาชน ทะเบียนบ้าน
4. และต้องนำรถยนต์ที่ติดตั้ง ไปตรวจสภาพกับเจ้าหน้าที่กรมการขนส่งทางบก
เท่านั้น
การทดสอบการใช้งาน
ใน Nissan Sunny B14 เครื่อง GA16 1600 ซีซี เกียรออโต้ ระยะการใช้งาน
220,000 กิโลเมตร พบว่ามีอัตราเร่งตกลงไปในราวๆ 15 -20 เปอร์เซ็นต์
ในทางราบ และทางลาดชัน การปรับเปลี่ยนมาเป็นระบบน้ำมันมีความใกล้เคียงกับก๊าซ
แต่มีอัตตราเร่งดีกว่าก๊าซในรอบตีนปลายเล็กน้อย อัตราบริโภคก๊าซอยู่ที่
1.2 - 1.4 บาทต่อกิโลเมตร ลดลงจากการใช้น้ำมันในราว 50-60 เปอร์เซนต์
ใน Toyota Colona เครื่อง 4A-FE 1600 ซีซี เกียรออโต้ ระยะการใช้งาน
260000 กิโลเมตร พบว่ามีอัตตราเร่งในทางราบตกลงไปเพียง 10 15 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น
เป็นเพราะการลบเหลียมมุม และขัดลื่นบริเวณปากมิกเซอร์ ส่วนในทางลาดชันกำลังตกไปราว
25 30 เปอร์เซ็นต์เป็นเพราะน้ำหนักตัวที่สูงกว่า อัตราบริโภคก๊าซอยู่ที่
1.2 1.4 บาทต่อกิโลเมตรใกล้เคียงกัน
ในตอนหน้าจะเป็นการติดตั้งก๊าซ LPG ในระบบ Fix Mixer
ในเครื่องยนต์เทอร์โบ (1JZ-GTE) ติดตามได้ที่ www.thaispeedcar.com
|