Transformers 2
Revenge of the Fallen Movie Trailer
(COMING MIDDLE OF 2009)
*
ไปหน้า Tip&Trick รวม
*
วิธีเล่นแรงแบบต่างๆ และอุปกรณ์ของเล่น กับระบบสารหล่อลื่น
น้ำมันเครื่องตอนที่ 3 ค่าความหนืด - เกรด มาตรฐานของน้ำมันเครื่อง การเลือกซื้อ
แนะนำวิธีการล้างห้องเครื่อง อย่างไร ให้สวยงามและถูกวิธ
ี
แฉเบื้องหลัง
การโจรกรรมรถยนต์ และ
เราจะป้องกัน รถหายกันได้อย่างไร
มาทำสวิทย์ประหยัดน้ำมัน
ให้รถดีเซลเทอร์โบกัน
ช่วยประหยัดน้ำมันขึ้นได้เยอะ
Update :: 19/07/06
ทำสายกราวน์ไวร์ใช้เอง
Update :: 19/07/06
แก้ไขปัญหาพวงมาลัยสั่น
ได้ด้วยตัวคุณเอง
Update :: 06/06/06
มารู้จักขั้นตอนการติดแก๊สให้ 1JZ กันและการทดสอบการใช้งาน
บทความโดย : webmaster@thaispeedcar.com
สมัยนี้ต้องยอมรับครับว่าน้ำมันแพงจริงๆจะไปไหนสิ่งที่ต้องคิดอันแรกว่าค่าน้ำมันมันจะเท่าไหร่ เหมือนผม
เมื่อก่อนเป็นคนอ่อนเลขตกคำนวณตลอด เดี๋ยวนี้เหมือนหัวดีขึ้นเยอะ แต่คิดว่าจะไปไหน ตัวเลข ระยะทาง ความเร็ว
คำนวณเป็นตัวเลขค่าน้ำมันได้ทันที เลยไม่ค่อยอยากไปไหน อะไรประหยัดได้ก็ต้องประหยัดจริงไหมครับ
อ่านดูบทความของที่อื่นๆ และการคุยกับหลายๆท่านเรื่องการติดแก๊ส LPG ในรถยนต์ มีแต่บอกกันว่าประหยัดกว่าเยอะ
เรื่องอัตราเร่งเป็นรองน้ำมันนิดหน่อย ก็เลยเกิดความสนใจอยากติดบ้าง พอไปถามราคาที่ร้านอยากตอบว่าเก็บตังค์
ไว้เติมน้ำมันดีกว่ามั้ง มันแพงไม่ใช่เล่นเหมือนกัน แต่พอไปถามร้านขายส่งอุปกรณ์ติดตั้งแล้วราคามันต่างกันพอสมควร
งานนี้ไม่พ้นต้องลงมือลงแรงกันอีกรอบ หาตำรับตำรามาศึกษากันดีกว่า อย่างน้อยก็จะได้เป็นเกร็ดความรู้เพื่อแนะนำ
ท่านสมาชิกที่สนใจจะติดตั้งเอง หรือท่านที่ติดมาแล้วจะได้พอทราบครับว่ามีอุปกรณ์หรือขั้นตอนการติดตั้งอย่างไร
รถที่ทางผมได้นำมาทดสอบติดตั้ง เป็นรถ Nissan Cefiro A31 เครื่อง 1JZGE เกียรออโต้ ของท่านสมาชิกท่านหนึ่ง
ใน website thaispeedcar.com ของเราได้นำรถมา ( เป็นหนู ) ทดสอบในการติดแก็ส LPG แบบ Fix Mixer
ว่าจะแรงน้อยลง หรือจะประหยัดเพิ่มขึ้นอย่างไร
มารู้จักอุปกรณ์การติดตั้ง
อุปกรณ์ที่เลือกทดสอบนี้ เราเลือกการติดตั้งแบบสิ้นงบประมาณน้อยที่สุดแต่ได้ผลคุ้มค่าที่สุด เพราะเป็นเพื่อการทดสอบ จึงเลือกใช้การติดตั้งแบบ Fix Mixer มีอุปกรณ์สำคัญหลักคือ
1 . ถังแก็ส เป็นถังมัลติวาล์แบบมือหมุน มีเกจ์วัดระดับแก็ส และวาวล์นิรภัยป้องกันการรั่ว ขนาด 48 ลิตร มาตาฐาน ECE R 67-01
2 . หม้อต้มของ ตุรกี ยี่ห้อ sema เป็นหม้อต้มที่จ่ายแก็สได้เพียงพอต่อเครื่อง 2500 ซีซี ให้แรงม้าไม่ต่ำกว่า 200 แรงม้า
3. มิกเซอร์ ขนาด 71 มิลลิเมตร มีขนาดเท่ากับ ทางเข้าลิ้นปีผีเสื้อของเครื่อง 1 JZ
4. ท่อเติมแก็ส เป็นท่อที่ต่อจากหัวเติมสู่ถัง ใช้เป็นสายไฮโดรลิคทนแรงดันสูง พร้อมหัวต่อระหว่างถังแก็ส และหัวเติมจากปั้ม
5. ท่อแก๊ส เป็นทองแดงหนาขนาดเบอร์ 18 พร้อมท่อหุ้มเพื่อป้องกันการกระแทกหรือเสียดสีตลอดทั้งเส้น
6. ติ๊กแก๊ส แบบใช้ไฟฟ้า พร้อมตัวกรองขี้แก็สในตัว
7. ท่อน้ำที่ต่อวนเข้าหม้อต้ม ใช้เป็นท่อยาง 2 ชั้นพร้อมเหล็กรัดทนแรงดันและความร้อนสูง
8 ตัวปรับแก็ส เป็นตัวปรับแบบมาตรฐานและมีเกลียวที่จูนระเอียดที่สุด
9. ท่อปล่อยแก็ส ใช้เป็นท่อยางทนแรงดันสูง และทนความร้อนได้เป็นอย่างดี พร้อมท่อย่นกันกระแทก
10 อุปกรณ์อื่นๆ เช่น หัวต่อทองเหลือง ต่างๆ สวิทย์ไฟฟ้า แบบคันโยก รีเลย์ สายไฟ และสายรัด เหล็กรัดท่อต่างๆ
ขั้นตอนการติดตั้ง
1.นำถังแก็สติดตั้งในห้องฝากระโปรงท้าย โดยมีรูยึดถัง 4 รู เมื่อจัดตำแหน่งให้ได้ที่ ทำการเจะตัวถัง และใช้เหล็กหนาเจาะรูกว้างประมาณ 2 นิ้ว หนา 2 หุน รองทั้งบนและล่างเพื่อป้องกันตัวถังและความแน่นหนา
2 เดินท่อเติมแก็สไว้ทีถังที่เติม ที่เป็นสายไฮโดรลิค สามารถเอาหัวเติมไปไว้ที่ใดก็ได้ ในกรณีที่ฝากระโปรงท้ายอีกเช่นกัน
3 ติดตั้งหม้อต้มไว้ในตำแหน่งที่ห่างจากเครื่องให้มากที่สุด ดูเรียบร้อยและ ปรับตั้งง่าย
4 ติดตั้งติ๊กแก็สไว้ในห้องเครื่อง ให้ห่างจากตัวเครื่อง และง่ายต่อการเดินท่อแก็สไปยังหม้อต้ม
5 เดินท่อแก็สจากถังด้วยแป็ปทองแดง สวมท่อยางกันเสียดสี บานท่อแป็ปด้วยตัวบานแป็ป และนำท่อแบบมาขดกับท่อขนาด 2 นิ้ว เป็นวงๆสัก 3 วงเพื่อให้เกิดการยืดหยุ่น แล้วเดินท่อลงมายังใต้ท้องรถ ขนานกับสายน้ำมัน พร้อมยึดท่อด้วยเหล็กยึดติดกับตัวถังรถให้แน่นที่สุด แล้วต่อมายังติ๊กแก็ส และหม้อต้ม
6 เดินท่อน้ำมายังหม้อต้ม โดยใช้สายเดิมของเครื่อง JZ ที่เคยอุดไว้ที่ใช้ต่อกับฮีตเตอร์ มาต่อวนกับหม้อต้ม ทั้งไหลไปไหลกลับและใช้เหล็กรัดรัดอย่างดี
7 ยึดมิกเซอร์ไว้หน้าลิ้นปีกผีเสื้อ ใช้กาวทากันรั่ว และยึดน๊อตกันหลุด ตัดท่อยางที่เข้ากรองอากาศให้สั้นลงอีก 2 นิ้ว และนำที่ยางเข้ากรองต่อตามเดิม
8 เดินท่อปล่อยแก็ส เข้าที่มิกเซอร์ ต่อตัวปรับแก็สไว้ระหว่างกลาง กับหม้อต้ม พร้อมร้อยท่อพลาสติกกันกระแทก
9 เดินสายไฟ โดยใช้สวิทย์ 3 ทาง ยึดไว้ในห้องโดยสาร ด้านล่าง เดินสายไฟเข้าที่สวิชท์ ด้านแก็สเข้าที่ รีเลย์เปิดแก็สกับ ติ๊กแก็ส และหม้อต้ม และด้านน้ำมันที่ต่อรีเลย์เพื่อตัดวงจรการทำงานของหัวฉีดของเครื่องยนต์ พร้อมไฟแสดงสถานการณ์ทำงาน LED สีเขียว แดง แสดงการทำงานแก็ส และ น้ำมัน
10 นำสายรัดท่อแก็ส เทปพันสายไฟ และสายรัดต่าง ยึดเก็บงานพร้อมตรวจเช็ค ความเรียบร้อย
ขั้นตอนการปรับแต่ง
โยกสวิทย์การทำงานในโหมดน้ำมัน และแก็ส ใช้มิเตอร์วัดไฟเข้าติ๊กแก็สและหม้อต้ม เมื่อปรับมาเป็นน้ำมันเครื่องต้องใช้งานได้ตามปกติ นำรถไปเติมแก๊สที่ปั้ม สังเกตปั้มจะเปิดวาล์เติมที่ถังแก๊ส เมื่อเติมเต็มประมาณ 85 เปอร์เซ็นต์ หัวเติมจะตัด แล้วเราค่อยวิ่งกลับมาเช็ครอยรั่ว เมื่อเปิดวาล์วปล่อยแก็สแล้วสังเกตโดยการดมกลิ่นแก๊ส และเอาน้ำฟองสบู่มาเช็ครอยรั่วทุกๆจุดที่ต่อแก็สไว้ ถ้ารั่วให้ทำการแก้ไข จากนั้นเปิดสวิทย์ แก็สและทำการสตาร์ทเครื่องได้ทันทีครับ เมื่อเครื่องสตราท์ติดแล้วลองสลับการใช้ น้ำมันกับแก็ส เมื่อได้ที่ เร่งเครื่องและทำการจูนแก็สที่หม้อต้ม และหัวปรับแก็ส สังเกตที่หม้อต้มจะมีตัวปรับแก็ส มีทั้งตัวปรับรอบเดินเบา ตัวปล่อยแก็ส ให้ปรับตัวเดินเบาให้เข้าที่สังเกตวัดรอบ เปิดแอร์ และไฟหน้ารถ สสับการจูน และเร่งเครื่องเพื่อปรับ ตัวปรับแก็สระหว่างท่อที่เข้ามิกเซอร์ และทดสอบการวิ่ง สังเกตการณ์ปรับละเอียด ถ้าปรับแก็สน้อย เครื่องจะไม่มีแรง ถ้าปรับแก็สมากเครื่องสะดุดเหมือนแก็สท่วม มีกลิ่นเหม็นแก็สเหมือนเผาไหม้ไม่หมด ปรับไปเรื่อยๆจนเครื่องเดินที่รอบเดินเบา และการวิ่งต้องวิ่งดีไม่มีสะดุด เป็นอันเสร็จสิ้น
การทดสอบ
ในการทดสอบกับเครื่อง 1JZ ครั้งนี้เมื่อสตาร์ทด้วยแก็สครั้งแรก ปรากฏว่าเครื่องสตาร์ทติดง่ายกว่าที่คิด เครื่องหมุนประมาณ 3 รอบก่อนสตาร์ทติด ปกติน้ำมันประมาณรอบครึ่ง เครื่องเดินเบาดีมีไม่มีสะดุด ปกติเหมือนใช้น้ำมัน เมื่อเปิดแอร์รอบเครื่องจะตกลงประมาณ 200 รอบ คงเพราะไม่มีการชดเชยรอบเหมือนน้ำมัน การเร่งเครื่องอยู่กับที่ รู้สึกว่าตอบสนองดีแต่เสียงกรองอากาศเบากว่าเดิมเยอะ คันเร่งมีอาการหนักขึ้นนิดหน่อย การตอบสนองที่วัดรอบ ช้ากว่าน้ำมันพอสมควร
ในการทดสอบการวิ่ง เมื่อเริ่มเข้าเกียร D เพื่อเดินหน้า ลองขยับรถรถเคลื่อนตัวเบาๆได้ตามปกติ เลยลองกระทืบคันเร่งเพื่อออกตัว เครื่องให้การตอบสนองดีล้อฟรีหลังติดเบาะรถออกตัวและเร่งความเร็วขึ้น สลับการเปลี่ยนเกียร ตามปกติจนถึงเกียร์ 4 O/D ลองปลด O/D ลงเกียร์ 3 และ กระทืบคันเร่งสุดเพื่อ Crick Down ลงเกียร 2 และผ่อนคันเร่ง จนเปลี่ยนเกียร 3 และ ON O/D เพื่อเป็นเกียร 4 ตามปกติเพื่อทดสบความเร็วตีนปลาย
สรุปการทดสอบวิ่ง จากการทดสอบสามารถสรุปความรู้สึกได้ตรงกันว่า ในรอบตีนต้น เครื่องให้พลังได้ดี การตอบสนองของการให้แรงม้าดีกว่าน้ำมันแน่ๆ เครื่องมีแนวโน้มแรงขึ้น แต่คันเร่งจะหนักเหมือนมีหน่วง ในการวิ่งรอบปรกติเครื่องเดินได้ดีเหมือนน้ำมันไม่แตกต่างแทบลืมว่าใช้แก็ส เมื่อเร่งความเร็วตีนปลายออกจะแผ่วกว่าน้ำมันพอสมควร เหมือนว่าเครื่องยังตอบสนองและให้พลังงานได้ดี แต่คันเร่งจะหนักทำให้ความเร็วตีนปลายออกจะแผ่วๆไปมากพอสมควร แต่เข็มวัดไมล์ก็ยังเดินขึ้นไปแตะ 190 กิโลเมตรได้อย่างไม่ยากเย็นนัก
สาเหตุที่ความเร็วตีนปลายแผ่วจากการวิเคราะห์ได้ว่าเกิดจากปากของ มิกเซอร์ที่มีขนาดเล็กลงอย่างมาพอสมควร จากทางเข้าอากาศเดิมประมาณ 2 นิ้วครึ่ง แต่ปากมิกซอร์มึความกว้างประมาณ 1 นิ้วครึ่ง ทำให้อั้นการไหลของอากาศคล้ายๆกับตอนโมเครื่องที่มีแอร์โฟว์ กับไม่มีแอร์โฟว์ หรือการขยายปากแอร์โฟว์ให้ใหญ่ขึ้น อย่ามองข้ามนะครับ การขยายแอร์โฟว์ หรือลิ้นปีกผีเสื้อให้ใหญ่ขึ้น ให้ความแรงแตกต่างกันอย่างเห็นๆ เลยทีเดียว สรุปว่าเครื่องสามารถให้ทอร์คดีกว่าน้ำมันในรอบตีนต้นคงเป็นเพราะค่าออกเทนของแก็สระดับ 103 และแผ่วลงที่ความเร็วตีนปลายเป็นเพราะปากของมิกเซอร์ทีเล็กลงแค่นั้นเอง
ข้อควรระวัง
การติดตั้งแก็สมีข้อควรระวังแบบง่ายคำเดียวเลยครับว่า อย่าให้แก็สรั่วโดยเด็จขาด ทั้งในระหว่างติดตั้ง ทดสอบ หรือในอนาคต ที่การเดินท่อแก็สต้องหลีกเลี่ยงการเสียดสีทุกรูปแบบ ต้องหาท่อยางหนาๆมาผ่าหุ้มในจุดที่น่าอันตราย ตรวจสอบกลิ่นและการรั่วตลอดการใช้งาน ยิ่งในช่วงการติดตั้งระยะแรกๆ และควรตรวจสอบบ่อยๆ การปรับจูนต้องค่อยๆทำไปเรื่อยๆ เพราะเครื่องยนต์ต้องอาศัยความคุ้นเคยกับเชื้อเพลิงและค่าออกเทนใหม่ อย่าลืมว่ากล่องเครื่องยังทำงานอยู่ เซนเซอร์ทุกตัวยังตรวจวัดค่าไอเสีย จะทำให้กล่องเครื่องยังจ่ายไฟได้ไม่สมบรูณ์
ของฝากตอนท้าย
ควรสตาร์ทเครื่องด้วยน้ำมัน เพราะข้อเสียของแก็สคือวาล์วและแหวนจะแห้งเครื่องจะสึกหรอเร็วกว่าน้ำมัน ยิ่งในตอนสตาร์ทเครื่องครั้งแรก เครื่องจะยังไม่มีไอน้ำมันเครื่องไปหล่อเลี้ยง ( ปกติเครื่องจะสึกหรอมากที่สุด ในตอนสตาร์ทครั้งแรกนี่หละ ) หลังจากเครืองร้อนแล้วการใช้แก็สถือเป็นเรื่องปกติ แต่เพื่อป้องกันบ่าวาล์และแหวนสึกหรอเร็ว ใช้น้ำมันบ่อยๆดีที่สุด อย่าประหยัดจนต้องเก็บเงินมาซ่อมเครื่องที่แพงกว่าจมหู นี่จากประสพการณ์จากผู้ดูแลรถแท็กซี่มานับร้อยคันฝากไว้ด้วยครับ
Home
หน้าแรก
UsedCAR
หน้าซื้อขายรถมือสอง
RacingPART
หน้าซื้อขายอะไหล่ของแต่ง
Wheel
หน้าซื้อขายแม็ค-ยาง
Audio
หน้าซื้อขายเครื่องเสียงรถยนต
์
News
ข่าวสารวงการแข่งรถ
SCOOP
สกู๊ปรถเด็ด
PicPost
ส่งโพสท์ภาพ
Webboard
กระดานเว็บบอร์ด
Directory
รวมเว็บไซต์เกี่ยวกับรถยนต์
Tip&Trick
เทคนิคแต่งรถ
Tour
เราพาเที่ยว
Contact Us
ติดต่อเรา
All rights are reserved © www.thaispeedcar.com
www.Stats.in.th