บทความโดย
: webmaster@thaispeedcar.com |
พึ่งผ่านพ้นไปหมาดๆกับงาน
Motor Expo 2007 และถ้าท่านใดที่ได้ไปงานนี้ คงจะต้องรีบไปที่บูทของ
เอส.อี.ซี.กรุ๊ป เพื่อไปดูสาวๆพริตตี้น่ารักๆ และรถที่แพงที่สุดในโลก
Bugatti Veyron 16.4 สีขาวจอดเด่นเป็นสง่าในงาน แล้วมันแพงแค่ไหน แพงเพราะอะไร
เรา thaispeedcar.com
มาล้วงตับของเจ้า เวอร์รอน 16.4 กันออกมาดูกันดีกว่า ว่ามันจะคุ้มค่าสมราคาหรือไม่
การพัฒนากว่าจะมาเป็น Veyron 16.4
|
|
ภายนอกเน้น
เส้น สี ศิลปะ ตามรอย EB118
EB118 เป็นสุดยอด Super Car อีกรุ่นหนึ่งที่ทาง
Bugatti ได้สร้างขึ้นในปี 1999 2001 รูปร่างหน้าตาออกแนวย้อนยุคเพื่อเป็นการไว้อาลัย
เจ้าตำนานผู้ก่อตั้งโรงงาน เอตโตเร อาร์โค อิซีโดเร บูกัตติ ซึ่งเวลาทั้งชีวิตของ
เอตโตเร คือการประดิษฐ์รถแข่ง และความฝันของเขาคือ รถแข่งของเขาต้องวิ่งได้เร็วที่สุด
แม้ว่า EB118 จะมีรูปร่างหน้าตาแบบย้อนยุค มีความคล้ายกับรถรุ่นเก่าๆที่
เอโตเร ได้สร้างขึ้น แต่ความเร็วของ EB118 แม้จะใช้เครื่องยนต์ขนาด
W 18 สูบ พลัง 555 แรงม้า แต่ความเร็วตีนปลายที่ทำได้เพียง 320 กิโลเมตร/ชั่วโมงเท่านั้น
ด้วยรูปร่างหน้าแบบย้อนยุคแนว EB118 แต่การที่จะก้าวไปได้ถึงระดับ
400 กิโลเมตร/ชั่วโมง Bugatti Veyron 16.4 จึงได้ถูกจัดสร้างขึ้นเพื่อให้เป็นสุดยอดสถิติของความเร็ว |
|
(Chiron 18.3 & Veyron 18.4)
Chiron 18.3 รถต้นแบบก่อนที่จะถูกพัฒนามาเป็น Veyron ผลิตขึ้นในปี
1999 เป็นสุดยอดรถสปอร์ทที่ทาง Bugatti ได้สร้างขึ้น ต่อจาก EB118
ในรูปร่างหน้าตาแบบย้อนยุค ขุมพลังบรรจุด้วยเครื่องยนต์แบบ W18 เป็นเครื่องยนต์เดียวกับ
Bugatti EB118 และ EB218 สุดยอดรถ Sedan ด้วยเครื่องยนต์ 18 สูบ มีกำลังมากถึง
555 แรงม้า ในแบบเครื่องวางตามยาวด้านหน้า มาจัดวางกลางลำของ Chiron
ขับเคลื่อนในระบบ 4 ล้อ All Time และกลายมาเป็นรถต้นแบบของ Veyron
Veyron 18.4 ถูกสร้างขึ้นเพื่อเป็นรถต้นแบบ
เปิดตัวเป็นครั้งแรกในงาน Tokyo Motor show ปี 2000 Veyron 18.4 Prototype
มีต้นฉบับรูปร่างหน้าตาเหมือน Veyron 16.4 ทุกประการ แต่ยังคงใช้เครื่องยนต์เดียวกับ
Chiron 18.3 ในแบบ W18 มายัดลงในห้องเครื่องของ Veyron ในแบบวางกลางลำเช่นกัน
และใช้เวลาอีก 5 ปี ก่อนที่จะพัฒนามาเป็น Veyron 16.4 |
|
|
โครงสร้างประการเหล็ก
แข็งแรง แต่น้ำหนักต้องเบา
การที่จะก้าวไปให้ถึงขีดสุด ตัวถังของ Veyron 16.4 ได้ถูกออกแบบ และสร้างขึ้นเช่นเดียวกับรถแข่ง
โครงสร้างแบบ Spec Frame ซับเฟรมทั้งหมดถูกสร้างขึ้นด้วยอะลูมิเนียมเกรดเลิศ
ส่วนโมโนค๊อกแชล หรือห้องนักขับ ซึ่งเป็นหัวใจหลักของรถแข่ง ถูกสร้างขึ้นด้วยคาร์บอนไฟเบอร์
ที่มีความเบา และแข็งแรงยิ่งกว่าเหล็กกล้าเช่นเดียวกับรถสูตร 1 ซึ่งผู้ขับขี่จะมั่นใจได้ว่า
แม้จะเกิดอุบัติเหตุที่ความเร็วสูงเพียงใด โมโนค็อกก็จะสามารถช่วยชีวิตเขาไว้ได้
ภายนอกของ Veyron ที่ห่อหุ้มด้วย เปลือกที่ทำด้วยคาบอนไฟเบอร์เกรดสูง
ถูกออกแบบ ให้มีความเสียดทานอากาศต่ำที่สุด ราว 0.393 CW น้ำหนักเบาที่สุด
และแข็งแรงที่สุดอีกเช่นกัน และการที่จะไปได้ถึง 400 กม/ชั่วโมง หลักอากาศพลศาสตร์จึงสำคัญมาก
เพื่อให้รถยังคงเกาะแนบแน่กับถนนไว้ได้ สปอยเลอร์ท้ายที่ทำด้วยอลูมิเนียม
จะยกตัวขึ้นทำมุมในราว 6-26 องศา เพิ่มการกดอากาศ ซึ่งถูกยกตัวให้สูงขึ้นตามความเร็วของรถยนต์
และถ้าเกิดเหตุการณ์แบบเบรกกะทันหัน สปอร์เลอร์หลังตัวนี้จะสามารถปรับองศาในการต้านอากาศ
ในราว 0.682 CW ช่วยในการลดความเร็ว ไม่แพ้เบรกล่มที่ใช้กับรถแข่งทางตรงได้อีกด้วย |
|
เครื่องอันทรงพลัง
16.4 แบบ 16 สูบ 4 เทอร์โบชาร์จ 1001 แรงม้า
Veyron 16.4 ถูกสร้างมาเพื่อพิชิตสถิติความเร็ว ซึ่งหัวใจหลักก็คือขุมพลังที่จะผลักดันได้
Veyron เคลื่อนที่ไปให้ได้เร็วที่สุด การเลือกเครื่องยนต์จึงเป็นงานสำคัญยิ่ง
ดังนั้น ทาง Volkswagen Group จึงได้ตัดสินใจใช้เครื่องยนต์ รุ่นเดียวกับที่ใช้กับในรถยนต์สุดหรู
Bentley Hunaudieres รถสปร์อทที่วิ่งเร็วถึง 350 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
ซึ่งใช้เครื่องยนต์ที่ทาง Volkswagen พัฒนาเพื่อการแข่งขัน Le Mans
24 ช.ม. แบบ V8 จำนวน 2 เครื่อง 90 องศา มาจัดวางขนานกันเป็นบล็อกใหม่แบบ
W16 ขนาด 16 สูบ 64 วาล์ว ความจุ 7993 ซีซี จากเครื่องยนต์เดิมแบบ
N/A มีกำลังเพียง 623 แรงม้า มาทำการโมดิฟลายใหม่ทั้งหมด และได้เพิ่มระบบอัดอากาศ
หรือเทอร์โบชาร์จเจอร์เข้าไปถึง 4 ลูก Quad-turbocharged ทำให้มีกำลังพุ่งสูงถึง
1001 แรงม้า มีแรงบิดสูงสุดที่ 128.0 กก.ม วางกลางลำตัวรถ ผ่านระบบส่งกำลังแบบ
dual-clutch หรือ DSG ผ่านเกียร์ 7 สปีดแบบ Sequnetial ระบบขับเคลื่อน
4 ล้อแบบ All Time |
|
สมรรถนะของ
veyron 16.4
แน่นอนแม้ว่าเครื่องยนต์พลังสูง ตัวถังที่ดีเลิศ แต่อีกปัจจัยหนึ่งที่จะทำให้
Veyron ยังคงเกาะถนนเอาไว้ได้แม้จะวิ่งด้วยความเร็วถึง 400 กิโลเมตร
คือระบบช่วงล่างแบบเดียวกับรถแข่ง ปีกนกสองชั้นควบคุมทุกอย่างไว้ด้วยกล่องสมองกล
ระบบการลดระดับตัวถังให้เตี้ยลง เมื่อวิ่งที่ความเร็วกว่า 217 กิโลเมตร/ชั่วโมง
โดยใช้วัสดุจากอลูมิเนียม คาร์บอนไฟเบอร์ ไททาเนียม เพื่อเป็นการลดน้ำหนัก
ด้วยมิติตัวถังขนาดความยาวรวม 4,466 ม.ม. กว้าง 1,998 ม.ม. สูง 1ม206
ม.ม. ระยะความกว้างของฐานล้อ 2,700 ม.ม. ระยะฐานล้อด้านหน้า 1,723
ล้อหลัง 1,632 และรองเท้าเส้นโตขนาด 20 นิ้ว แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดคือยางรถยนต์
และเป็นส่วนเดียวที่จะนำพาให้รถติดอยู่กับถนน ต้องเป็นยางที่สามารถทนทานกับคงความเร็วระดับเกิน
400 กิโลเมตร คือยางหน้าแบบ Handling Height ขนาด 245/690R520 และด้านหลังแบบ
Top Speed height ขนาด 335/710R540 ห้ามล้อด้วยจานเบรกที่ทำด้วย Ceramic
และ Carbon ขนาด 400 ม.ม.ในดิสเบรกหน้า แม่ปั้มแบบ 4 พอร์ท ลูกสูบเบรกไททาเนียม
และ ดิสเบรกหลังขนาด 380 ม.ม. จึงมั่นใจได้ว่าจะชะลอความเร็วลงได้
แม้จะมาที่ความเร็วสูงเท่าไหร่ก็ตาม |
|
สถิติความเร็วของ
Veyron 16.4
หลังจากการพัฒนาเก็บเงียบกว่า 5 ปี Veyron 16.4 ก็ได้ก้าวไปได้ถึงขีดสุดของความเร็ว
เอาชนะรถสปอร์ทติดถนนที่เคยเร็วที่สุดในโลก SSC Ultimate Aero ที่เคยทำไว้ได้
400 กิโลเมตรต่อชั่วโมง แม้ Veyron จะมีน้ำหนักตัวรวมที่ 1888 กิโลกรัม
แต่ก็สามารถทำ Top Speed ไว้ได้ที่ 253.81 Mph หรือ 408.47 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
และได้รับการบันทึกอย่างเป็นทางการที่สถิติความเร็ว 407 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
ความเร็ว 0 97 กิโลเมตร ใช้เวลาเพียง 2.47 วินาที และเวลาคอเตอร์ไมล์
402 เมตร ใช้เวลา 10.2 วินาที ที่ความเร็ว 230 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
แต่การทำความเร็วของของรถถนนระดับ 400 ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะนั่นหมายถึง
ยางของคุณอาจจะหมดภายในเวลาไม่นาน และน้ำมันในถังขนาด 100 ลิตร อาจจะหมดภายในเวลาเพียงไม่กี่นาที |
|
|
Veyron
16.4 ในงาน Motor Expo 2007
Veyron 16.4 ถูกตั้งราคาค่าตัวไว้ที่ กว่า 1,192,000 เหรียญสหรัฐ ซึ่งจัดได้ว่าเป็นรถสปอร์ทที่เป็นตำนานแพงที่สุดในโลก
ก่อนที่ ลัมโบกินี เรเวนตัน จะจ่อคิวขึ้นทำเนียบรถที่แพงที่สุดในโลกในเวลานี้
Veyron 16.4 คันสีขาวเด่นในงาน Motor Expo 2007 ที่มาแสดงโชว์ในเมืองไทยคันนี้
ถูกตั้งราคาจับจอง สำหรับผู้ที่อยากเป็นเจ้าของ ในราคารวมภาษี คำนวณในด้านอัตราความจุ
ซีซี และแรงม้า ทำให้มีราคาพุ่งสูงถึง 165 ล้านบาท ซึ่งจัดได้ว่าเป็นรถที่แพงที่สุดในไทย |
|
| แต่ถึงจะแพงแค่ไหน
ก็มีข่าวว่ามีเศรษฐีไทย สอยไปในงานไม่ต่ำกว่า 3 ลำแล้วหละครับ (ใครว่าคนไทยไม่มีตังค์
แม้ว่าจะซื้อแพงกว่าทุกประเทศก็ตาม) ก่อนที่ยอดจองทั่วโลกจะพุ่งไปได้มากว่า
1,024 คัน แหม! เอาเป็นว่าก่อนของหมด เรียบไปสอยเอาไปเก็บไว้สักลำจะเป็นไรไป
(Model น่ะ) ถอยปุ๊ปได้ปั๊ป ไม่ต้องรอคิวเป็นปี แถมไม่กินน้ำมันอีกด้วยหละครับ |