เชียร์บอลออนไลน์ สดพร้อมกันทุกคู่ เช็คผลบอลทุกลีค คาสิโนออนไลน์ที่นี่

   
 
 
Retro car Ke70 2 Door ความเหมือนที่แตกต่าง
Subaru Impreza Wagon GF8
BMW E34 1JBO Turbo RB26 X 2 + LPG Fix Mixer
Civic 3D B20+B16 Champ Bracket Thailand
E36 ENGINE 1JZ-GTE VVTi Body Parts GT
แปลงกาย ACCORD96
ให้สวยงามในแบบเรียบง่าย
แต่แปลกตาขึ้นมาก
TT141 ENGINE1G-GE
+ CT 26
Nissan Cefiro A31 RB25 DET- T88 Greddy 550 Ps 11.3 Sec
Update :: 12/04/07 
 
KE70 SR20DET Hell Black Monster KE 70 Engine SR20DET in Thailand
Update :: 12/04/07 
ขยับ Evo 4 ให้สวยเตะตา
กับ step ความแรงแบบเบาๆ
ที่ให้ทั้งความแรง และความทนทาน

Update :: 02/11/06    
เพิ่มความแรงให้ 4D56
ด้วยพลังเทอร์โบ ในบอดี้ STRADA

Update :: 04/10/06 
แต่ง HONDA CIVIC ตาโต
ให้มีพลังขึ้นด้วยเครื่องเดิม
SET TURBO แบบ USA ให้
แรงม้าสูงขึ้นกว่าเดิม ได้อีกหลายตัว

Update :: 18/07/06 
แต่ง EVO 3 ในรูปแบบ
Drag Racing Project
ซึ่งมาพร้อมความแรง
แต่แฝงด้วยความสวย
สไตล์ RALLY///ART

Update :: 27/05/06
แปลงกายเจ้าชายตัวน้อย Ecar ให้กลายเป็น อสูรกายตัวแสบในคราบ Mitsubishi Evolution 3
Update :: 05/04/06
 
Civic 3D B20+B16 Champ Bracket Thailand
 
บทความโดย : webmaster@thaispeedcar.com
Civic ประตู คันนี้เป็นที่รู้จักกันดี ในสนามแข่งขันควอเตอร์ไมล์ ด้วยผลงานการแข่งขันมายาวนาน ตั่งแต่สนาม พีระเซอร์กิต พัทยา จนย้ายมาแข่งกันในสนาม MMC รังสิต แม้แต่สนาม นครชัยศรี ก็ไปวาดลวดลายคว้าแชมป์ไว้ได้หลายต่อหลายครั้ง หลังจากนั้นเจ้า 3 Door คันนี้ก็ออกเดินสายตระเวนแข่งขันมาแล้วทั่วประเทศ แม้แต่สนามบินราชบุรี สนามสมโภช 700 ปี เชียงใหม่ เรียกว่าประสบการณ์โชกโชนเลยทีเดียว ซึ่งบางท่านอาจจะยังไม่ค่อยคุ้นเท่าไหร่ กับ Civic 3D สีน้ำเงินคันนี้ แต่ถ้าจะพูดถึง 3D สีขาว แห่งทีม LENSO เก่าล่ะ หลายท่านอาจร้องอ๋อ นึกออกได้ในทันที ซึ่งจะเป็นรถของใครเลยไม่ได้ กับ แชมป์รุ่น แบล็คเก็ต เกือบทุกรุ่น หลายสมัย สถิตการครองถ้วยรางวัลมากที่สุดนับร้อยใบ กับ 3D โฉมใหม่สีน้ำเงินคันนี้ของ คุณ ถาวร ยั่งยืน หรือ นายตั้ม ทีม Mercury เรามาดูกันว่านายตั้ม จะมีสไตล์การแต่งรถอย่างไรถึงได้เป็นเจ้าของรางวัล และคะแนนรวมนำจนถึงทุกวันนี้
เล็กๆน้อยๆ กับพื้นฐานของเครื่อง B16A – B16B และ B20B
ในปัจจุบันหลายๆสำนักที่นิยมแต่ง Civic อยู่ในขณะนี้ เห็นจะต้องเป็นหนีไม่พ้น เครื่องยนต์รหัสพันธ์แรงของ Honda ในตระกูล B อย่าง B16A เป็นเครื่องยนต์ขนาด 1600 ซีซี มีขนาดลูกสูบ X ช่วงชักที่ 81 X 77.4 ซึ่งเห็นได้ว่าเป็นเครื่องช่วงชักสั้น เป็นการออกแบบเครื่องยนต์ที่เน้นการทำงานในรอบสูง เครื่องยนต์ในบล็อกอลูมิเนียมน้ำหนักเบา ระบายความร้อนได้อย่างรวดเร็ว บวกกับฝาสูบแบบ DOHC 4 วาล์วต่อสูบ และระบบเปลี่ยนแคมชาร์ปอัจฉริยะ VTEC เริ่มผลิตขึ้นมาเป็นตัวแรกหรือเรียกกันตามปะสาบ้านเราว่า เทคเล็ก ซึ่งจะสังเกตุกันง่ายๆว่า ฝาครอบวาล์วจะมีอักษร VTEC ตัวเล็ก คอไอดีมีขนาดใหญ่ เขียนว่า PGM-FI เกียร์เป็นแบบครัชสาย เลขเครื่องจะนำหน้าด้วย 1XXXXX เป็นเครื่องที่วางอยู่ใน Honda Civic EF9, Intrega DA6 และ CRX EF2 ด้วยกำลังอัดที่ 10.2:1 ทำให้มีพลังที่ 160 แรงม้า หลังจากนั้นก็จะพัฒนาไปเป็น B16A รุ่นที่สอง ที่เรียกตามปะสาบ้านเราอีกว่า เทคใหญ่ ในรหัส B16A เหมือนกัน แต่มีการเพิ่มกำลังอัดขึ้นเป็น 10.4:1 เพิ่มองศาแคมปชาร์ปจาก 230 องศาเป็น 240 องศา ระบบคอมพิวเตอร์ และระบบเซนเซอร์ประมวลผลถูกเปลี่ยนใหม่ทั้งหมด ทำให้มีแรงม้าเพิ่มขึ้นอีก 10 แรง เป็น 170 แรงม้า วางอยู่ใน Civic 3D SIR EG9, หรือในตัว 4 ประตู EG6 และ ตัว CR-X SIR EG2 (Delsol) ซึ่งจะมีความแตกต่างจากเทคเล็ก ตรงที่ฝาครอบวาล์วจะมีตัวอักษรนูน VTEC ตัวใหญ่กว่า คอไอดีเล็กไม่มีตัวอักษร รหัสเครื่องเริ่มตั่งแต่ 54XXXX - 55XXXX ในรุ่นนี้ Vacuum Sensor จะแยกอยู่ด้านนอก ส่วนถ้าเป็นรุ่นใหม่ เลขเครื่อง 56xxxx และ 57xxxx Vacuum Sensor จะติดตั้งอยู่บนคอไอดี และบางเครื่องในรหัส 56 จะมี เกียร์แบบ LSD ติดตั้งมาให้ด้วย ส่วนในเครื่องรหัส 58xxxx – 63xxxx รุ่นกล่อง ECU ยาว จะเป็นเครื่องของ Civic ตาโต ในรหัส EK เป็นเครื่องที่ผลิตระหว่างปี 96 – ปี 2000 ซึ่งขาแท่นเครื่อง และขาแทนเกียร์ จะมีความแตกต่างกันอย่างชัดเจน ส่วนในเครื่องรหัสแรงสุดตระกูล 1600 ก็คือ B16B ฝาแดง จะเป็นเครื่องที่วางอยู่ใน Civic EK รุ่น Type R รหัสเครื่องยนต์ตั่งแต่ 1xxxxxx รุ่นนี้ จะมีความแตกต่างที่ พอร์ตไอดี – ไอเสียที่มีขนาดใหญ่กว่า เหมือนแต่งพอร์ต องศาบ่าวาล์วน้อยกว่า 45 องศา วาล์วมีขนาดบางกว่า แคมชาร์ปเพิ่มองศาสูงขึ้นไปอีกเป็น 243 องศา ระยะลิฟสูงขึ้นจาก 10.7 เป็น 11.5 มิลลิเมตร Over Lap สูงขึ้นจาก 22 เป็น 28 ลิ้นปีกผีเสื้อ และคอไอดีที่มีขนาดใหญ่กว่า ดังนั้นที่รอบเท่ากัน อากาศจะไหลเข้าสูเครื่องยนต์ได้มากกว่า แรงม้าจึงพุ่งปรู๊ดขึ้นเป็น 185 แรงม้า ถือเป็นเครื่องที่แรงที่สุดในตระกูล B16 1600 ซีซี ของ Honda
ส่วนในเครื่อง B20B เป็นเครื่องขนาด 1990 ซีซี มีขนาดช่วงชัก 84 x 89 มิลลิเมตร สังเกตุได้ว่าเป็นเครื่องช่วงชักยาว ซึ่งเครื่องพวกนี้มีจุดเด่นตรงที่ สามารถทำแรงบิดได้สูงในรอบต่ำ เหมาะสำหรับเอาไว้ขึ้นเขา สมบุกสมบัน ประจำการอยู่ในรถ SUV อย่าง Honda CRV1รุ่นแรกในปี 1994 – 1997 เป็นเครื่องยนต์แบบ Twin Cam 16 วาล์ว ไม่มีระบบ Vtec แต่อย่างใด แต่มีกำลังมากจากโรงงาน 126 แรงม้า ที่ 5400 รอบต่อนาที และแรงบิดสูงสุดที่ 133 ฟุตปอนด์ที่ 4300 รอบต่อนาที แต่สูตรสำเร็จความแรงคือการนำ B20B มารวมกับฝาสูบ VTEC ของ B16A จะทำได้อย่างไรเรามาพิสูจน์กัน
B20B + B16A แคม B16B
สูตรในการผสมผสานความแรง ของทางคุณ ตั้ม โดยสำนัก ยั่งยืนการค้า ที่ลงทุนทำบ้านจนกลายเป็นสำนักโมรถแข่ง หลังจาการคร่ำหวอดอยู่แข่งขันในสนามมายาวนานร่วม 10 ปี ก็พยายมหาสูตรสำเร็จความแรงของเครื่อง B16A ทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะแคม Toda 306 องศาก็เคยใส่แล้ว เครื่อง B16B ว่าแรงแล้ว ก็ยังทนพลังฝ่าเท้ามัจจุราชของนายตั้มไม่ไหว ตายตกไปตามกันเรื่อยๆ จนกลับมาเป็น B16A เดิมๆ ยอมรับว่าเหนียวสุด เหนี่ยวยังไงก็ไม่พัง แต่การแข่งขันในสนามระยะสั้น 402 เมตร ความต้องการแรงบิดตีนต้นถือว่าสำคัญยิ่ง หลังจากนั้นอีกไม่นานท่อนล่างเดิม B16A ก็เริ่มทำท่าจะไม่ไหว เริ่มหมดแรงไปทุกทีๆ จะมาขยายความจุ เพิ่มซีซี ก็ใช่เหตุ มัวแต่มานั่งคว้านลูกให้เสื้อบางเสียวเสื้อแตกอีก เล่นง่ายๆเสียเลยกับท่อนล่างของ CRV ในรหัส B20B ที่มีซีซีสูง ช่วงชักยาว เหมาะกับการแข่งขันควอเตอร์ไมล์ ในระยะทางสั้นได้เป็นอย่างดี แต่การที่จะเอาท่อนล่าง B20 ประกบกับ ฝาบน B16 ไม่ใช่ว่าจะง่ายเหมือนจับวาง ต้องมีการดัดแปลงกันบ้างตามสูตรสำนัก ยั่งยืนการค้า โดยอันดับแรก นำท่อนล่าง B20B มาทำการถอดอุปกรณ์เช็คความเรียบร้อยให้หมดทุกชิ้น ข้อเหวี่ยงถูกนำไปบาล้านซ์ใหม่ ให้เกิดความเสถียรมากขึ้น รองรับรอบสูงๆที่จะต้องใช้งาน ส่วนการจะนำฝา B16 ใส่ลงไปเฉยๆ ก็สามารถทำได้ แต่ต้องมีการทำน็อตยึดเสื้อสูบเสียใหม่ เพื่อไม่ให้ฝาสูบเกิดการขยับเยื้อนไปมา ส่วนรูน๊อตเสื้อสูบที่จะใส่กับน๊อตยึดฝาสูบนั้น ทางสำนักให้ทำการเจาะขยาย และฝังเกลียวใหม่ แบบสปริงเกลียว เป็นสูตรเด็ดของสำนัก แบบว่าจะถอดฝาสูบอีกกี่ทีเกลียวก็ไม่มีวันหวาน ซึ่งกว่าจะได้ข้อมูลมา ทางเว็บต้องหมดค่าเบียร์กันไปหลายขวด (เมาก่อนบอก ฮ้อ!!) ส่วนทางฝาสูบทางสำนักบอกว่า ต้องทำการปาดฝาสูบให้เตี้ยลงมาอีกพอสมควร เพราะในเครื่อง B20B เป็นเครื่องที่มีกำลังอัดต่ำเพียง 8.8 :1 ส่วนของ B16A มีกำลังอัดสูงถึง 10.2:1 ลักษณะการห้องเผาไหม้ของฝาสูบก็แตกต่างกัน จึงต้องมีการคำนวณกำลังอัดให้กลับมาใกล้เคียงเดิมให้มากที่สุด เมื่อปาดฝาลงมาได้ตามที่ต้องการแล้ว ในด้านลูกสูบต้องทำการถอดออกมาเว้าหลบวาล์ว ซึ่งโอกาสที่ลูกสูบจะเคลื่อนที่มาโหม่งวาล์วย่อมเกิดขึ้นได้เสมอ ส่วนทางด้านฝาสูบของ B16A เดิมๆนั้น ทางสำนักได้ทำการถอดออกมาขัดขยายพอร์ตไอดี และไอเสียให้กว้างขึ้น พร้อมทำการขัดลื่นเพื่อลดการสะดุดของอากาศ วาล์วเดิมของ B16A ถูกถอดทิ้ง แล้วเปลี่ยนวาล์วให้ใหญ่ขึ้นอีก 1.5 มิลลิเมตร และทำการตกแต่งองศาวาล์ว และบ่าวาล์วเสียใหม่ ทางด้านสปริงวาล์วเปลี่ยนเป็นแบบ 2 ชั้น ส่วนรีเทนเนอร์ได้เปลี่ยนมาใช้แบบ ไททาเนียม ของ Crower รองรับรอบสูงๆได้อย่างปลอดภัย ตัดปัญหาเรื่องรีเทนเนอร์แตกกระจาย แคมชาร์ปได้ยกของ B16B ฝาแดงออกมาสลับใส่กันทั้งชุด พร้อมตัวปรับองศาแคมชาร์ปใหม่ของ AEM ส่วนทางด้านลิ้นปีกผีเสื้อ ถูกขยายให้กว้างขึ้นเป็น 62 มิลลิเมตร เพียงพอกับการที่จะป้อนอากาศให้เหมาะสมกับเครื่องยนต์ 2000 ซีซี ส่วนด้านการคายไอเสียเป็นหน้าที่ของท่อเฮดเดอร์แสตนเลส แบบโล่งๆจากร้านปรีชาเฮดเดอร์ และท่อไอเสีย ขนาด 2.5 นิ้วตลอดทั้งเส้น และที่สำคัญที่สุดคือการต่อท่อแรงดันน้ำมันเครื่อง มายังโซลินอยเปิดระบบการทำงานของ Vtec ที่ฝาสูบซึ่งต้องทำการต่อใหม่ขึ้นมาเอง เนื่องจากเสื้อสูบของ B20B จะไม่มีรูน้ำมันจุดนี้มาให้
รางหัวฉีด AEM กล่อง Spoon โมรอมเพิ่ม
ทางด้านระบบไฟ ซึ่งเป็นหัวใจหลักของความแรง ทางสำนักเลือกใช้หัวฉีดเดิมของ B16A ขนาด 240 ซีซี ซึ่งง่ายต่อการเซ็ตกล่อง รางหัวฉีดเปลี่ยนใหม่ให้มีขนาดใหญ่ขึ้นของ AEM กักปริมาณน้ำมันให้เพียงพอกับซีซีของน้ำมัน ที่ต้องป้อนเข้าสู่เครื่องยนต์ที่มีซีซีสูงขึ้น ปรับแรงดันน้ำมันให้สูงขึ้นด้วย Regulator ของ SARD กล่องหัวใจหลักนั้น เป็นหน้าที่ของ Spoon ที่ได้รับการตกแต่งมาให้เหมาะสมกับสนามแข่ง แต่ว่าในเครื่องยนต์ระดับนี้ จึ่งต้องนำกล่องเดิมที่มีความสามารถที่ดีอยู่แล้ว มาปรับจูน Up Grade ระบบจ่ายน้ำมันให้เหมาะสมกับ ค่าน้ำมันออกเทน 95 ในบ้านเรา รวมถึงอุณหภูมิความหนาแน่นของอากาศ ให้เหมาะสมกับสเตปการโมดิฟลายเครื่องยนต์ ซึ่งหลังจากการปรับจูนอยู่หลายครั้ง ผลก็ออกมาได้เป็นที่น่าพอใจ เพิ่มกำลังไฟด้วยสายหัวเทียนของ ULTRA จ่ายไฟให้กับหัวเทียน ทำให้การเผาไหม้สมบูรณ์มากยิ่งขึ้น
เกียร์ Close 2 – 3 – 4 + LSD Cusco ช็อค Cusco
เมื่อเครื่องยนต์สมบูรณ์ ความจำเป็นต่อไปก็คือระบบส่งกำลังที่ดี เพื่อที่จะทำให้การทำเวลาที่ดีเพิ่มขึ้น ในงานนี้ระบบครัชได้เลือกเป็นของ Cusco แบบแผ่นเดียว พร้อมด้วยฟลายวิลครบชุด แบบโคโมลี่น้ำหนักเบา ส่งกำลังผ่านเกียร์ของ B16A เดิมๆ แต่ได้ถูกถอดออกมาเปลี่ยนอัตตราทดเฟืองเกียร์ 2 – 3 – 4 ให้มีความต่อเนื่องมากยิ่งขึ้น ส่วนเฟืองขับเลือกใช้เป็น Cusco แบบ LSD ช่วยให้การส่งกำลังสมบูรณ์ ป้องกันอาการล้อฟรีข้างเดียว ในขณะออกตัว ซึ่งทำให้การออกตัวทำได้ดีมากยิ่งขึ้น ส่วนด้านช่วงล่าง ไม่ว่าจะเป็น ช็อคอัพทั้ง 4 ต้น เหล็กกันโคลง เป็นหน้าที่ของ Cusco ด้วยกันทั้งสิ้น ส่วนค้ำโช๊คหน้าเป็นของ Civic Type R สีแดงสดเท่านั้น ส่วนล้อเป็นของ Mugen ทรง 5 ก้านขึ้นชื่อเรื่องความแข็งแรง น้ำหนักเบา และราคาแพงระยิบ จับคู่กับยาง Bridgetone รุ่น RE711 ขนาด 195/55/15 ห้ามล้อด้วยระบบดิสเบรก 4 ล้อจาก Civic รุ่น SIR ที่ยกจากนอกมาทั้งยวง

ภายในสไตล์แข่ง เบาะ SPG – โรบาร์ 21, REV-Speed Apexi
สำหรับ 3D ของนายตั้มนี้ ภายนอกเน้นความเรียบง่าย แต่ภายในเน้นถึงการทำเป็นรถเพื่อใช้ในการแข่งขันอย่างชัดเจน เสริมความแข็งแรงของตัวถังด้วย โรล์บาร์ 6 จุด ของ Safety 21 ทั้งคัน เบาะภายในเปลี่ยนเป็นแบบตัวนอกสีน้ำเงินเข้ากับ สีภายนอกของรถ เบาะนักแข่งคู่หน้านักแข่ง เป็นของ Recaro หลังแข็งรุ่น SPG มีน้ำหนักเบา จับคู่กับ เซพตี้เบล ของ willans มั่นใจได้กับระบบความปลอดภัยสูงสุด ส่วนด้านอุปกรณ์เกจ์วัด มีเพียงวัดความร้อนน้ำ และ อุปกรณ์จับเวลา REV/Speed meter ของ Apexi เพื่อใช้ในการจับเวลาคอร์เตอร์ไมล์ และ Shift Light ของ Auto Meter เพื่อใช้เป็นตัวเตือนในการเปลี่ยนเกียร์ตามรอบที่กำหนด อีกตัวเพียงเท่านั้น

ความสำเร็จของเวลา อยู่ที่สมาธิ
หลังจากที่ทราบถึงเบื้องหลังการโมดิฟลายรถแข่ง ตามสไตล์สำนักมาหมดสิ้นแล้ว แต่ความสำเร็จที่สำคัญที่สุดในการคว้าแชมป์ ในรายการแข่งขันรุ่นต่างๆ มานับไม่ถ้วน ขึ้นอยู่กับตัวนักแข่งเสียมากกว่า มาลอง สัมภาษณ์กันดู (บางครั้งเห็นตอนแข่งขันเวลาเข้าเส้น แบบแป๊มากๆ เช่นแบคเก็ตรุ่น 16 วิ แต่เวลาเข้าเส้นได้ 16.01 วิ ทำได้ไงอ่ะ) ซึ่งนายตั้มบอกกับทางเว็บว่า อยู่ ศีล – สมาธิ – ปัญญา ครับพี่ (เฮ้ย!!อย่ามั่วดิ เอาดีๆ ไม่ได้ขับรถไปเที่ยววัดนะ) ส่วนสำคัญอยู่ที่ รถแข่งต้องพร้อม การฝึกซ้อมอย่างหนัก เพื่อให้เข้าใจถึงประสิทธิภาพของรถแข่งของเรา ให้ประสานกับจังหวะการขับขี่ การออกตัว การเปลี่ยนเกียร์ การรักษารอบเครื่อง การรักษาเวลา และที่สำคัญต้องมีสมาธิให้มากที่สุดครับ (โห ? ไม่ง่ายเหมือนกัน เนอะ? ) ซึ่งในปัจจุบันแม้ว่าจะมีประสบการณ์การแข่งขันมากยาวนาน แต่การฝึกซ้อมก็ยังถือเป็นเรื่องสำคัญอยู่เสมอครับ
ส่วนเรื่องความแรงของรถแข่งแบบ แบ็กเก็ต ไม่จำเป็นต้องเป็นรถแรงทำไปแซงใคร รถธรรมดาๆที่มีความพร้อมก็สามมารถเข้าร่วมการแข่งขันได้ ได้ทั้งความสนุก ความตื่นเต้น ความปลอดภัย ทักษะการขับขี่ที่เพิ่มขึ้น ความสำเร็จก็พร้อมจะเกิดขึ้นได้กับทุกๆคนครับ

เป็นอย่างไรกันบ้างครับ กับการแต่ง Civic 3D ตัวแข่ง ด้วยสูตร สำเร็จ B20 + B16A เป็นเรื่องไม่ยากเย็นอย่างที่คิด ที่สำคัญคือ อย่าลากรอบให้สูงมากนัก เพราะเครื่อง B20 เป็นเครื่องช่วงชักยาว จะมาลากรอบซัก 90000 – 10000 รอบละก็ผลกระจายทุกรายไป เน้นที่รอบต้นขับสนุกจะดีกว่า แต่ถ้าอยากสนุกแบบปลอดภัย ได้ประสบการณ์เพิ่มขึ้น อย่างที่คุณตั้มว่า การแข่งขันในสนามถือเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดครับ ได้รางวัลติดไม้ติดมือกลับบ้าน หรือบางครั้งแชมป์คนต่อไปอาจเป็นคุณก็ได้ครับ

ทาง www.thaispeedcar.com ขอขอบคุณ คุณ ถาวร ยั่งยืน ทีม Mercury และสำนักยั่งยืนการค้า ที่ได้ร่วมอื้อเฟื้อ รูปภาพ และข้อมูล มา ณ. โอกาสนี้ด้วยครับ


Home หน้าแรกUsedCAR หน้าซื้อขายรถมือสองRacingPART หน้าซื้อขายอะไหล่ของแต่งWheel หน้าซื้อขายแม็ค-ยาง
Audio หน้าซื้อขายเครื่องเสียงรถยนต
News ข่าวสารวงการแข่งรถ
SCOOP สกู๊ปรถเด็ดPicPost ส่งโพสท์ภาพWebboard กระดานเว็บบอร์ด
Directory
รวมเว็บไซต์เกี่ยวกับรถยนต์
Tip&Trick เทคนิคแต่งรถTour เราพาเที่ยวContact Us ติดต่อเรา
All rights are reserved © www.thaispeedcar.com