บทความโดย
: webmaster@thaispeedcar.com |
|
ในคอลั่ม
Speed Modifier ชุมชนคนแต่งรถ ครั้งนี้ผมเอามาฝากกันกับการแต่งสุดหรูอย่างBMW
Series 5 ที่หลายๆท่านมักเรียกติดปากกันว่า E34 ซึ่งหมายถึงรหัสตัวถังของรถรุ่นนี้
ไหนๆจะพูดถึง E34 แล้ว เรามาค้นคว้าหาความรู้กันหน่อยดีกว่าถึง บีเอ็มรุ่นนี้
เผื่อสมาชิก Thaispeedcar ท่านใดสนใจซื้อหามาแต่งเล่นกัน หรือท่านใดที่ใช้อยู่แล้วจะได้มีความเข้าใจกันสักเล็กๆน้อยๆ
|
|
รู้จักกันหน่อยกับ
BMW E34
E34 เป็นรถในตระกูลซีรี่ย์ 5 ของ BMW หมายถึงรถที่มีขนาดใหญ่ปานกลาง
(Sedan) ส่วนถ้าเป็นรถเล็กลงมาจะเรียกว่า ซีรี่ย์ 3 และถ้าเป็นรถขนาดใหญ่กว่าก็จะเรียกว่า
ซีรี่ย์ 7 หลายยุคหลายสมัย BMW ก็จะแบ่งรถยนต์ออกเป็นซีรี่ย์ อยู่เช่นนี้มาแต่โบราณ
สำหรับ E34 เปิดตัวเริ่มจำหน่ายบ้านเราในครั้งแรกราวปี 1988 ในรุ่น
520i โดยหยิบยกเครื่องยนต์มาจาก BMW 520 รุ่นก่อน ในรหัสตัวถัง E28
ในเครื่องยนต์บล็อก M20 แบบ 6 สูบ SOHC 12V พิกัด 1,991 ซีซี จ่ายระบบเชื้อเพลิงด้วยระบบหัวฉีด
มีพลัง 125 แรงม้า ในปีแรกๆนั้นจะมีขายแต่เฉพาะรุ่นเกียร์ธรรมดาเท่านั้น
แต่ก็ไม่ค่อยได้รับความนิยมมากเท่าไหร่ เพราะได้ชื่อเรื่องของความอืดอาด
ด้วยแรงม้าอันน้อยนิด เทียบกับน้ำหนักตัวเกือบ 2 ตัน จน 520iA เป็นรุ่นที่ใช้เกียร์ออโต้เปิดตัวออกตามมา
ก็ขึ้นชื่อเรื่องความอืดอาดเพิ่มเข้าไปอีก ดังนั้นทาง BM จึงได้รีบเข็น
525i ออกมาแก้ตัวในทันที ด้วยเครื่องยนต์ขนาด 2,500 ซีซี 160 แรงม้า
ซึ่งก็สามารถกระตุ้นยอดขาย E34 ให้เติบโตขึ้นได้เป็นอย่างมาก แต่ก็เจาะกลุ่มได้เฉพาะผู้บริหาร
ที่ต้องการรถยนต์ที่มีขนาดใหญ่ ความนุ่มเงียบ และความปลอดภัยเสียเป็นส่วนมาก
จน BM ได้วางแผนที่จะทำ ซีรี่ 5 ออกมาเพื่อเจาะตลาดวัยแรง ในรุ่นพิเศษชื่อ
S5 เป็นรุ่นที่มีจำหน่ายเฉพาะเมืองไทย หาดูได้น้อยมาก เพื่อเอาใจวัยรุ่น
ซึ่งจะทำการลดความเตี้ยของตัวถังลง 2 นิ้วเพิ่มความสวยงามมากขึ้น ส่วนเครื่องยนต์มีกำลังเพิ่มขึ้นเป็น
190 แรงม้า ซึ่งทาง BM อ้างว่าได้ใช้เครื่องยนต์บล็อกเดิม M20 แต่ได้ทำการปรับปรุงเพียงกล่องคอมพิวเตอร์
แต่ความจริงได้มาปรากฏในระยะหลังว่า ทาง BM นั้นหมกเม็ดด้วยการใช้เครื่องยนต์ขนาด
2700 ซีซี ใน 528i มาปรับปรุงใส่เข้าไปทั้งตัว กลายเป็นรถที่กล่าวขวัญในเรื่องของความสวยงาม
พลังที่รุนแรง และการซดน้ำมันที่เป็นเยี่ยม จนในปีต่อๆมา BMW ก็ได้เริ่มนำเครื่อง
24V เข้ามาใช้กับ 520i E24 ด้วยเครื่องยนต์รหัส M20 แบบ Twin cam 4
วาล์วต่อสูบ และเทคโนโลยีใหม่ ที่สามารถปรับหน่วงระยะองศาแคมชาร์ปได้
(Vanos) หรือที่เรียกกันตามปะสา เต้นท์รถ และนักเล่นรถว่ารุ่นวาวล์โนส
เหตุผลตรงที่หน้าเครื่องจะมีจมูกยื่นออกมา และ เครื่องยนต์ขนาด 2500
ซีซีในรุ่น 525i และ 525iA จนถึงปี 1994 1997 BMW จึงได้ทำการ Miner
Chang กันชนหน้า ฝากระโปรงหน้า และกระจังหน้าใหม่ให้กว้างขึ้น จนได้รับฉายานามเรียกกันติดปากว่ารุ่น
บิ๊กโนส ซึ่งทั้งองค์ประกอบ บอดี้ ภายใน พวงมาลัย กระจกมองข้าง หน้าปัด
แต่ละรุ่น แต่ละปี จะมีเอกลักษณ์ แตกต่างกันอย่างเห็นได้ชัดเจน |
|
เครื่อง
1JZ-GTE A/T + Turbo RB26 V-Spec X 2
E34 รถสมาชิก Thaispeedcar คันนี้เป็นรถยนต์ในรุ่น 520iA ปี 1990 เครื่องยนต์เดิมอย่างที่ว่า
รหัส M20 12V ซึ่งหลังจากแบกน้ำหนักตัวถังขนาด 1,700 กิโลกรัม มายาวนาน
ความสึกหรอก็เริ่มก่อให้เห็น อุปกรณ์ต่างๆเริ่มชำรุดทรุดโทรมไปตามลำดับ
โดยเฉพาะอาการตัวร้อนที่ระยะหลังมักเกิดขึ้นบ่อยๆ กับ BMW รุ่นนี้
(ส่วนมาผู้ใช้รถรุ่นนี้มักจะรู้ดี เหมือนผมที่เคยใช้อยู่ระยะหนึ่ง
เรียกว่าร้อนหน่อยก็พักสักครู่ กินน้ำ กินกาแฟ พอเครื่องเย็นก็เติมน้ำแล้วก็ไปต่อ)
อย่างคันนี้หลังจากที่พักรักษาตัวอยู่บ่อยครั้ง ก็ถึงเวลาอำลาเครื่องเก่าไปซะเลยดีกว่า
หมดปัญหา ตัดความรำคาญหันมาคบกับเครื่อง พิกัด 2500 ซีซี ของ Toyota
แบบ Twin Turbo อย่าง 1JZ-GTE รุ่นปลั๊กหนา E8 ซึ่งเป็นเครื่อง 1J
รุ่นใหม่ มีความแตกต่างจากเครื่อง 1J ปลั๊กบางตรงที่ เครื่องยนต์มีการเพิ่มกำลังอัดเพิ่มขึ้นจาก
8.5:1 ไปเป็น 9.0:1 และระบบประมวลผล ECU ที่มีความฉลาดมากขึ้น แม้จะมีพลังเท่าเดิมที่
280 แรงม้าเท่ากัน แต่ให้อัตราเร่งตีนต้นได้จัดจ้านขึ้น และประหยัดน้ำมันเพิ่มขึ้น
หม้อน้ำเดิมของ 520i แบบอลูมิเนียมทั้งใบ ถือว่านำมาจับคู่กับ 1JZ
ได้อย่างลงตัว ระบายความร้อนได้แบบเหลือๆ อินเตอร์คูเลอร์ทรง RB26
ช่วยระบายความร้อนให้กับอากาศที่ป้อนเข้าสู่ห้องเผาไหม้ ส่วนเทอร์โบเดิมนั้น
ได้ถูกถอดทิ้ง แล้วแทนที่ใหม่ ด้วยการหยิบยกเทอร์โบมาจาก Nissan Skyline
R33 V-spec ในเครื่อง RB26DETT ซึ่งจะใช้เป็นเทอร์โบคู่ขนาดใหญ่ ในรหัส
T3/T25 แบบ (HY-BRIDGE) หรือเทอร์โบลูกผสม บอลแบริ่ง ที่ขึ้นชื่อว่าทำลมได้ดีกว่าเทอร์โบ
ของเครื่องยนต์ RB26 ในทุกๆตัว และยังทำลมได้ดีกว่าของ 1JZ ในรหัส
CT20A ที่มีขนาดเล็กมดมาก ซึ่งทาง webก็สอบถามว่า (ไมไม่เล่นโบเดี่ยวไปเลยล่ะ
มันดูโหดดี ปลายๆก็มาหนักใช่หยอกๆนะ) แต่ทางเจ้าของบอกว่า รถป๋มมันเป็นเกียร์ออโต้นะพี่
เน้นรับส่งแฟนสาว ใช้งานในเมืองวิ่งจากปากน้ำไปแถวบางซื่อ รถติดจาตาย
กว่าบูชจะมาสงสัยคงต้องรอถึงอยุธยาก่อนซิพี่ และที่สำคัญไอ้เทอร์โบV
spec เนี่ยเพื่อนผมเขายกออก ให้มาฟรีๆเลย (แหมไอ้ประเด็นแรกเหมือนจะเวอร์ไปนิด
แต่ประเด็นหลังซิเข้าท่า ถ้าได้ฟรีแล้วดีกว่า Turbo J ใครๆก็เอาวะ)
ลงทุนตีเขาหน่อย ขยายท่อไอเสียเป็น 3 นิ้วตลอดทั้งใบ ผลคือแรงดีทั้งต้นทั้งปลาย
ลืมเทอร์โบ J ไปเลย |
|
เล่นแรงแบบยิงแก๊ส
LPG + Fix Mixer 30 mm
หลังจากวางเครื่องเสร็จ และทดลองใช้สักระยะใหญ่ ผลคือแรงดี กว่าเครื่องเดิม
M20 ราวกับ เรือพายกับเรือหาง แล้วเรื่องกินน้ำมันล่ะ คำตอบว่า 7
8 กิโลลิตร ถ้ากระทืบหน่อยก็อาจจะลงถึง 4 5 โล/ ลิตร ขืนขับไปทำงานทุกวันละ
100 กว่าโล เห็นจะเป็นการทำงานเลี้ยงเด็กปั้ม กับพวกแขกซาอุ เสียปล่าวๆ
จึงหันมาคบกับพลังงานทดแทน ยิงแก๊ส LPG เสียเลย กับชุดติดตั้ง ด้วยถังก๊าซใบเขื่อง
ขนาด 74 ลิตร ติดตั้งอยู่ท้ายรถ หม้อต้มของ Auto Gas รุ่น Turbo พิกัด
300 แรงม้า ระบบมิกเซอร์แบบ Fix Mixer ขนาด 30 มิลิเมตร กลึงให้มีขนาด
เท่ากับท่ออินเตอร์ แล้วเชื่อมติดเป็นส่วนเดียวกับท่ออินเตอร์อะลูมิเนียม
แบบเนียนๆ ท่ออากาศรอบเดินเบาจากปากเทอร์โบถูกย้ายมาบริเวณหน้าลิ้นปีผีเสื้อ
ส่วน Power Vale หรือวาล์วปรับกลางสาย เป็นแบบมือหมุน เพราะงบใกล้จะหมดไปทุกทีๆแล้ว
สวิทย์แก๊สแบบออโต้ ตัดการทำงานของปั้มติ๊ก และหัวฉีดของเครื่อง เมื่อต้องเปลี่ยนมาใช้แก๊ส
หลังจากการติดตั้ง ผลออกมาว่า อัตตราเร่งลดลงไปพอสมควรราว 10 15
เปอร์เซ็นต์ เรียกว่าไม่ค่อยปรู๊ดปร๊าดซักเท่าไหร่ ผลมาจากปากมิกเซอร์ไปขวางอากาศเอาไว้
ขณะเมื่อใช้น้ำมัน แต่พอใช้แก๊สกลับมีเรี่ยวแรงดีขึ้นอีกหน่อย
(เลยขอโอกาสสัมภาษณ์เลยว่าติดแก๊สแล้วเป็นไง) กลับตอบว่า ตั้งแต่ติด
LPG นี่ชีวิตผมมีแต่แย่ลงพี่ (อ้าว?) ก็มันประหยัดมากขึ้น มีเงินเหลือพาแพนไปเที่ยว
ช๊อปปิ้ง พาเพื่อนไปกินเหล้า อยากไปนุ่น อยากไปนี่ ไม่มีเวลาพักผ่อนเลยพี่
แก่ลงเห็น
(ไม่ใช่อยากรู้ตรงนั้น อยากรู้ว่ามันประหยัดปล่าว แค่ไหน) การใช้งานในเมืองก็ราวๆ
กิโลละ 2 บาทแก๊ส แต่ถ้ายิงยาวๆแต่ 1.6 1.8 บาท แต่ถ้า J+ เบนซิล
95 ก็ต้องโลละ 3 4 บาทขึ้น เดี๋ยวนี้ไม่อยากกลับมาใช้น้ำมันอีกเลยพี่
|
|
สเกิตรอบคัน
กระจก M ล้อ 17 นิ้ว
ด้านการเสริมหล่อ ทำการลดบอดี้ให้เตี้ยลง แบบประหยัดตัดสปริงลง 2 นิ้ว
ก็โอเคสวย แต่โช๊คซิทำท่าจะไม่ไหว ยันซะแตกน้ำเยิ้มเลย (ก็ไม่น่าเอามาพูดกัน)
เสริมลิ้นหน้า สเกิตบันไดด้านข้าง และกันชนหลังใหม่ดูหล่อขึ้นเยอะ
กระจกข้างทรงทันสมันขึ้น ทรง M-Technic และล้อขนาด 17 นิ้วอีกชุด ถือว่าไม่ยากที่จะให้
E34 คันนี้ดูลงตัว และสวยงาม ส่วนภายในนั้น เบาะคู่หน้าถูกเปลี่ยนใหม่เป็น
Version นอก ถือว่าหาดูได้ยาก พวงมาลัยลายไม้ของ BBS และเกจ์วัดความร้อนน้ำ
และวัดแรงดันเทอร์โบ เป็นของ Greddy แบบฝังลงในพิลล่าได้สวยงามไม่มาบดบังทัศนวิสัยในการขับขี่แต่อย่างไร |
|
เป็นไงบ้างครับกับ
E34 คันนี้สมเป็นรถในฝันของใครๆอีกหลาย คน ที่น่าซื้อหามาแต่งเล่นกัน
ได้ทั้งความงาม ความหรูหรา สะดวกสบาย ความแรง และความประหยัด แบบนี้ถือว่าไม่น่าใช้ได้อย่างไรล่ะครับ
ขอขอบคุณ คุณต้น
Limited Racing Club สมาชิก website www.bmwe34club.com
ที่เอื้อเฟื้อภาพ และข้อมูลมา ณ.โอกาศนี้ด้วยครับ |